( VOVworld )-ร่างรัฐธรรมนูญปีค.ศ. ๑๙๙๒ ฉบับแก้ไขได้กำหนดข้อใหม่ในด้านเศรษฐกิจจึงได้รับความสนใจแสดงความคิดเห็นจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักศึกษาวิจัยทางด้านเศรษฐกิจและนักธุรกิจ โดยข้อใหม่ๆนี้คือ การกำหนดคุณลักษณะของเศรษฐกิจแต่ไม่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเศรษฐกิจแต่ละภาค ทั้งนี้เป็นประเด็นที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเน้นแสดงความคิดเห็น
( VOVworld )-ร่างรัฐธรรมนูญปีค.ศ. ๑๙๙๒ ฉบับแก้ไขได้กำหนดข้อใหม่ในด้านเศรษฐกิจจึงได้รับความสนใจแสดงความคิดเห็นจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักศึกษาวิจัยทางด้านเศรษฐกิจและนักธุรกิจ โดยข้อใหม่ๆนี้คือ การกำหนดคุณลักษณะของเศรษฐกิจแต่ไม่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเศรษฐกิจแต่ละภาค ทั้งนี้เป็นประเด็นที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเน้นแสดงความคิดเห็น
อย่างไรก็ดี นายดั่งเท้วิงห์ รองประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งรัฐสภากลับมีความคิดเห็นว่า ต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเศรษฐกิจภาครัฐที่กำลังถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของประเทศเพราะร่างรัฐธรรมนูญปี ๑๙๙๒ ฉบับแก้ไขไม่ได้ระบุถึงเรื่องนี้ ส่วนนายเหงวียนเวียตทง เลขาธิการสภาทฤษฏีส่วนกลางมีความคิดเห็นว่า รัฐธรรมนูญต้องมีลักษณะแห่งความมั่นคง โดยกล่าวว่า “ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งนี้ไม่ได้ระบุชัดถึงเศรษฐกิจแต่ละภาค ดังนั้นจึงไม่สามารถยืนยันบทบาทของเศรษฐกิจภาคต่างๆ อีกทั้งทำให้มีความเข้าใจว่า พรรคและรัฐได้ยกเลิกบทบาทแกนนำของเศรษฐกิจภาครัฐ ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจไม่ถูกต้อง หากเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขไม่กำหรดเศรษฐกิจภาครัฐมีบทบาทแกนนำเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง ”
ในขณะเดียวกัน ได้มีความคิดเห็นว่า จำต้องระบุในมาตรา ๕๔ เกี่ยวกับบทบาทของรัฐในการอำนวยความสะดวกให้เศรษฐกิจภาคต่างๆได้รับการพัฒนาและมีส่วนร่วมอย่างเสมอภาคกัน อีกทั้งแสดงความคิดเห็นว่า ควรเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการที่รัฐมีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจแต่ละภาคตามความต้องการพัฒนาของประเทศเข้าในมาตรา ๕๔ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่เสมอภาคกันทางด้านกฎหมาย
ส่วนมาตรา ๕๓ ได้มีการปรับปรุงและแก้ไขเกี่ยวกับบทบาทการบริหารของรัฐต่อเศรษฐกิจอาทิเช่น รัฐร่างระบอบเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์เพื่อดำเนินตามกลไกตลาด ผลักดันการเชื่อมโยงระหว่างภาคต่างๆตลอดจนบริหารให้เศรษฐกิจของภาคต่างๆพัฒนาอย่างกลมกลืนและมีความเป็นเอกภาพ นายหว่างดังกวาง รองเลขาธิการประจำพรรคสาขาและหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาจังหวัดกว่างบิ่งห์ยืนยันว่า การระบุเศรษฐกิจเชิงปัญญาเข้าในการพัฒนาและผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเพิ่มเติมนั้นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของพรรค นายหว่างดังกวางวิเคราะห์ว่า “ หลักนโยบายสร้างสรรค์ประเทศระยะพัฒนาสู่สังคมนิยมของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้กำหนดทิศทางใหญ่ ๘ ประการ ซึ่งประการแรกคือ ผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางอุตสาหกรรมที่ทันสมัยพร้อมๆกับการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงปัญญาเพื่อพัฒนาให้ทันโลก ทั้งนี้เป็นการเรียกร้องให้เราเน้นพัฒนาแต่ละแขนงงานในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องร่นระยะเวลาการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเพื่อเพัฒนาเศรษฐกิจเชิงปัญญาและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ด้วยเหตุนี้ ผมขอเสนอว่า มาตรา ๕๓ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขปี ๑๙๙๒ ต้องระบุชัดว่า ต้องผลักดันการพัฒนาประเทศตามทิศทางอุตสาหกรรมที่ทันสมัยพร้อมๆกับการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงปัญญา ”
เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจะนำไปสู่ประเทศที่เข้มแข็ง ในขณะที่การค้าเสรีกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เวียดนามต้องปรับปรุงเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดให้ทันกับแนวโน้มการพัฒนาของเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การปรับปรุงให้เศรษฐกิจทุกภาคมีความเสมอภาคกันจะมีส่วนร่วมทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความโปร่งใสและสามารถระดมทุกแหล่งพลังของสังคมเพื่อพัฒนาประเทศ ./.









