(VOVworld) – การที่ซาอุดิอาระเบียประหารชีวิตนักโทษฐานก่อการร้าย 47 คน รวมทั้งซิคนิมร์ อัลนิมร์ ผู้นำศาสนาคนสำคัญของนิกายชีอะห์กำลังถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากประชาคมโลกและได้ทำให้เกิดการประท้วงในชุมชนชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียรุนแรงมากขึ้นซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ได้เตือนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบที่รุนแรงต่อภูมิภาค
![]() กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงการประหารชีวิตซิคนิมร์ อัลนิมร์ |
การประหารชีวิตซิค นิมร์ อัล-นิมร์พร้อมนักโทษ 46 คนได้สร้างความแตกแยกที่รุนแรงมากขึ้นในตะวันออกกลางซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความขัดแย้งและความรุนแรงเนื่องจากปัญหาศาสนาอย่างต่อเนื่อง การชุมนุมประท้วงได้เกิดขึ้นตามถนนสายต่างๆซึ่งสร้างความแตกร้าวที่รุนแรงในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาค
การเคลื่อนไหวที่ตึงเครียด
สานต่อการปะทะในอดีต
ซิค นิมร์ อัล-นิมร์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ที่มีเสียงพูดที่มีน้ำหนักในซาอุดิอาระเบียโดยเคยติติงพระราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียหลายครั้งและเรียกร้องให้จัดการชุมนุมเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย เมื่อปี 2012 นาย ซิคนิมร์ อัล-นิมร์ ถูกกล่าวหาว่า อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีใส่กองกำลังตำรวจและถูกจับกุมตัว เมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 ศาลสูงสุดของซาอุดิอาระเบียได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์โทษประหารชีวิตของนาย ซิค นิมร์ อัล-นิมร์
ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นสองประเทศมหาอำนาจในตะวันออกกลางถือว่ามีความซับซ้อนและมีความขัดแย้งกันมานานในปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะความแตกต่างกันด้านศาสนาพร้อมกับความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองโดยที่ซาอุดิอาระเบียมีระบอบราชาธิปไตยสุหนี่ในขณะที่ในอิหร่านเป็นศูนย์กลางของศาสนานิกายชีอะห์ ภายหลังการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 ในอิหร่าน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้กลายเป็นรูปแบบที่มีการแข่งขันที่ตึงเครียดในภูมิภาค นอกจากนั้นความขัดแย้งด้านแนวความคิด ปัจจัยด้านชาติพันธุ์และศาสนา ตลอดจนภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ประสบอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียได้เลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัดจากการปฏิวัติสังคม-การเมืองครั้งใหญ่ในภูมิภาคเมื่อปี 2011 ที่มีชื่อว่า “อาหรับสปริง” รวมถึงซีเรียก็กลายเป็น “แนวรบใหม่” ในการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน ในขณะเดียวกัน ทัศนะของริยาดและเตหะรานก็ไม่เหมือนกันโดยอิหร่านให้การสนับสนุนประธานาธิบดี บาซาร์ อัลอัสซาด ส่วนซาอุดิอาระเบียให้การสนับสนุนกองกำลังฝ่ายค้าน มีอีกปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้นก็คือสถานการณ์ในเยเมนซึ่งกองกำลังลุกขึ้นสู้ฮูธิซึ่งเป็นนิกายชีอะห์ได้ขึ้นครองอำนาจหลังจากโค่นล้มรัฐบาลที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับซาอุดิอาระเบียโดยทางการริยาดได้แสดงความเห็นว่า อิหร่านได้ให้การสนับสนุนกลุ่มลุกขึ้นสู้ฮูธิในเยเมน
ในสภาวการณ์ดังกล่าว การประหารชีวิตซิค นิมร์ อัล-นิมร์ ผู้นำศาสนานิกายชีอะห์จึงมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมนิกายชีอะห์กับสุหนี่จนบรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า ถ้าหากประชาคมโลกไม่รีบดำเนินกระบวนการทางการทูตใหม่เพื่อนำซาอุดิอาระเบียและอิหร่านกลับเข้าร่วมการเจรจา ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้จะทำให้การปะทะในตะวันออกกลางทวีมากขึ้น.









