(VOVWORLD) - การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 2 สมัยที่ 14 เปิดฉากในวันที่ 23 มีนาคม ที่กรุงฮานอย ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ย้ำว่า ที่ประชุมต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มีขอบเขตกว้างขวางและยุ่งยาก และล้วนเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการทันที โดยประเด็นที่ได้รับการหารือในประชุมครั้งนี้จะเป็น “กรอบทางนิตินัย” “หลักการสำหรับการดำเนินงาน” และ“ระเบียบวินัย” เพื่อแปรมติของพรรคเข้าสู่ชีวิตและสร้างพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อบรรลุ 2 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 100 ปีของประชาชาติ
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม (VGP) |
ที่ประชุมพิจารณา อภิปรายและตัดสินใจในหลายประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ และมีความหมายเชิงพื้นฐานต่อการปฏิบัติมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ให้สัมฤทธิ์ผล ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพการนำและการกุมอำนาจของพรรค เพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ของพรรคและเกี่ยวข้องถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนของประเทศในช่วงปี 2026–2031 และในปีต่อ ๆ ไป
วางพื้นฐานให้แก่การดำเนินงานของทั้งวาระ
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่โลกและภูมิภาคมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว ซับซ้อนและยากที่จะคาดเดาต่อไป ในขณะเดียวกันเวียดนามก็กำลังอยู่ในโอกาสที่ยิ่งใหญ่เพื่อก้าวรุดหน้าแต่ก็ต้องตอบสนองต่อเงื่อนไขที่สูงมากในการปรับปรุงรูปแบบการขยายตัว อัตราการขยายตัว การปรับปรุงระบบกลไกการบริหาร การปรับสภาพแวดล้อมการพัฒนา และการดำเนินงานระบบการปกครองท้องถิ่น 2 ระดับ อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น พร้อมทั้งได้สรุปเงื่อนไขใหญ่ๆ โดยก่อนอื่นคือต้องตระหนักเป็นอย่างดีว่า นี่คือการประชุมวางพื้นฐานให้แก่การดำเนินงานของทั้งวาระ โดยระเบียบวาระการประชุมของทั้งวาระ ระเบียบการทำงาน กลไกการตรวจสอบ ระเบียบวินัย การประสานงาน งานด้านบุคลากรหลักของรัฐ เป็นต้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบให้สอดคล้องกับระเบียบวินัยของพรรคและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเงื่อนไขในการสร้างสรรค์นิติรัฐสังคมนิยม การสร้างสรรค์พรรคที่โปร่งใส เข้มแข็งในทุกด้านและสอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน ควบคู่กันนั้น ต้องตระหนักได้ดีเกี่ยวกับจิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ในวิธีการนำของพรรค
“พรรคคอมมิวนิสต์คือกองกำลังบริหารรัฐและสังคม การชี้นำของพรรคเป็นการชี้นำสูงสุด โดยตรงและรอบด้าน ดังนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่วิธีการชี้นำให้นับวันมีวิทยาศาสตร์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อสามารถมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ดีขึ้น มีระเบียบกลไกที่พร้อมเพรียงมากขึ้น มีการตรวจสอบและการเป็นตัวอย่างที่ดีขึ้น สามารถเลือกบุคลากรได้อย่างถูกต้องมากขึ้น และแบ่งอำนาจให้ชัดเจนและสรุปผลการปฏิบัติในความเป็นจริงได้อย่างทันการณ์และมีนโยบายอย่างรวดเร็วมากขึ้นเพื่อรับมือความผันผวนของโลกและตอบสนองความต้องการในการพัฒนาภายในประเทศ”
ผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม |
พรรคต้องเข้มแข็งมากขึ้น ประเทศต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนมากขึ้น
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ย้ำว่า ต้อง “กำหนด” อย่างถูกต้องสถานะของงานด้านการตรวจตราตรวจสอบการปฏิบัติระเบียบวินัยภายในพรรค การป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นและการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเพราะเป็นปัญหาชี้ขาดของพรรคและเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อรักษาความไว้วางใจของประชาชน โดยต้องปฏิบัติภารกิจการสร้างสรรค์พรรคควบคู่ไปกับหน้าที่การพัฒนาประเทศและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น
“ทุกข้อกำหนด แนวทางและการตัดสินใจของส่วนกลางต้องมุ่งไปยังเป้าหมายเดียวคือ ทำให้พรรคเข้มแข็งมากขึ้น ประเทศพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนมากขึ้น ระบบกลไกระเบียบการบริหารต้องมีความสมบูรณ์เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดีที่สุด ส่วนบุคลากรมีความบริสุทธ์และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยให้ประชาชนไว้วางใจมากขึ้น กลไกการดำเนินงานชัดเจนช่วยให้ท้องถิ่นเป็นฝ่ายรุกมากขึ้น อำนวยความสะดวกให้แก่การใช้แหล่งพลังต่างๆ ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วมากขึ้นและมีความเป็นไปได้สูงที่เป้าหมายต่างๆ ถึงปี 2030 และ 2045 สามารถบรรลุได้”
ท่านเลขาธิการใหญ่พรรค เผยต่อไปว่า ต้องพิจารณาแผนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในระยะ 5 ปีตั้งแต่ปี 2026 – 2031 แผนงบประมาณแห่งชาติและแผนการลงทุนสาธารณะในระยะกลางด้วยความคิดเชิงยุทธศาสตร์
“สิ่งที่สำคัญพิเศษคือ เราต้องหารือเพื่อแสวงหาวิธีการเพิ่มอัตราการขยายตัวให้อยู่ที่ร้อยละ 10 ขึ้นไปในทั้งวาระปี 2026-2031 และปีต่อๆ ไป หน้าที่การพัฒนาประเทศคือหน้าที่ที่ครอบคลุมและตลอดกาล จำเป็นต้องกำหนดรูปแบบการพัฒนาและผลักดันอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ถูกต้อง โดยปัญหาที่เร่งด่วนในปัจจุบันคือ รับมือวิกฤตทางเศรษฐกิจและหลีกเลี่ยงสงครามและการปะทะ อันจะเป็นพื้นฐานช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศในวันนี้และในอนาคต”









