สะพานเชื่อมจากความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์
ในสัปดาห์แรกของปีใหม่ หลังเทศกาล Chol Chhnam Thmey ซึ่งเป็นปีใหม่ตามประเพณีของชาวเขมร สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำกัมพูชาได้จัด “การสนทนาสถานประกอบการเวียดนาม-กัมพูชา 2026” ซึ่งมีขึ้นหลังการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 อันเป็นการเปิดระยะใหม่ให้แก่ “กลไกเศรษฐกิจใหม่” บนพื้นฐานแผนแบบบูรณาการเกี่ยวกับการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศภายในปี 2030
ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม นาย โฮสิเวียง อธิบดีทบวงบริการสนับสนุนการค้ากัมพูชาย้ำว่า ในสภาวการณ์ที่การค้าโลกมีความผันผวนอย่างซับซ้อนเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การกระชับความร่วมมือและการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะช่วยค้ำประกันผลประโยชน์ร่วม ความเจริญรุ่งเรืองและความยืดหยุ่นของทั้งสองประชาชาติ พร้อมทั้ง ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัมพูชากับเวียดนามมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องในเวลาที่ผ่านมา อันเป็นการพิสูจน์อย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของผู้นำทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความสามัคคีและความร่วมมือในทุกด้าน
สถานประกอบการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการสังสรรค์สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
นิมิตหมายของสถานประกอบการเวียดนามในกัมพูชาไม่เพียงแต่คือเรื่องเงินทุนเท่านั้น หากยังรวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมต่อชีวิตของคนท้องถิ่นอีกด้วย นาย เล้ง ริธี นายกสมาคมสถานประกอบการเวียดนาม-กัมพูชาหรือ VCBA เผยว่า สถานประกอบการเวียดนามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็ง จากการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์อย่างเดียวไปสู่ความร่วมมือที่กว้างขวางมากขึ้นในด้านเทคโนโลยี การเกษตรที่ยั่งยืนและพลังงานสีเขียว เครือบริษัทใหญ่ๆของเวียดนามและหน่วยงานด้านสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาล MED115 และโรงพยาบาลเจอะไหร-พนมเปญ ได้กลายเป็นชื่อที่คุ้นเคยของชาวกัมพูชา ซึ่งมีส่วนร่วมที่สำคัญต่อสวัสดิการสังคม การสร้างงานทำและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค นาย เล้ง ริธี นายกสมาคมสถานประกอบการเวียดนาม-กัมพูชาเผยว่า
“ในหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ธำรงบทบาทเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนการค้าและการลงทุนชั้นนำในกัมพูชามาโดยตลอด การปรากฎตัวของเครือบริษัทต่างๆ เช่น เครือบริษัทอุตสาหกรรมยางพาราเวียดนาม เครือบริษัท Thaco บริษัท Metfone ของเครือบริษัท Viettel และธนาคารใหญ่ๆ ของเวียดนาม เช่น BIDC ได้สร้างงานทำหลายตำแหน่งให้แก่ประชาชนกัมพูชา มีส่วนร่วมต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชน สร้างรายรับเข้างบประมาณแผ่นดิน และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับกัมพูชา”
ตัวเลขที่น่าประทับใจ และโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้อยู่ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในภาพรวมเศรษฐกิจ ปัจจุบัน เวียดนามเป็นหุ้นส่วนการค้าชั้นนำของกัมพูชาในอาเซียนและโลก โดยมูลค่าการค้าต่างตอบแทนบรรลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 หมื่น 1 พัน 3 ร้อย 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ถึงแม้เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนอย่างซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ก็ตาม
การเติบโตยังคงขยายตัวต่อไปในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยยอดมูลค่าการค้าอยู่ที่ 3.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งในนั้น มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังกัมพูชาอยู่ที่ 1.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 และมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นผลจากข้อตกลงการค้าเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นถึงความเกื้อกูลกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ โดยวัตถุดิบของกัมพูชาผสานกับศักยภาพการผลิตของเวียดนามเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศได้ตั้งเป้าหมายว่า จะเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็ว ซึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ นาย คิท เมง ประธานหอการค้ากัมพูชาแสดงความเห็นว่า สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้สถานประกอบการเวียดนามเน้นถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล รวมทั้ง ฟินเทคและอีคอมเมิร์ซ พลังงานหมุนเวียน เกษตรไฮเทคผ่านการแปรรูปขั้นสูงในระดับท้องถิ่นแทนที่จะส่งออกวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว และภาคบริการ ซึ่งรวมถึงการเงิน โทรคมนาคมและการท่องเที่ยว นาย คิท เมง ให้คำมั่นอย่างแรงกล้าว่า
“ประตูสู่กัมพูชาไม่เพียงแต่กำลังเปิดกว้างเท่านั้น หากเรายังมุ่งมั่นที่จะปกป้องความสำเร็จและผลกำไรของสถานประกอบการเวียดนามอีกด้วย เมื่อลงทุนในกัมพูชา สถานประกอบการไม่เพียงแต่จะเข้าถึงตลาดที่มีประชากร 17 ล้านคนเท่านั้น หากยังเป็นการเปิดประตูสู่เศรษฐกิจโลกผ่านเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ที่เราได้ลงนามอีกด้วย”
การผสานระหว่างกลไกการสนับสนุนของภาครัฐและจิตใจแห่งการเป็นฝ่ายรุกของสถานประกอบการคือแรงผลักดันสำคัญเพื่อนำความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศพัฒนาขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่
ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้าน – พลังที่เข้มแข็งแห่งความยั่งยืน
ในใจกลางกรุงพนมเปญ การจับมือระหว่างนักธุรกิจเวียดนามกับกัมพูชาในการสนทนาสถานประกอบการเวียดนาม-กัมพูชาปี 2026 ไม่เพียงแต่เป็นคำมั่นเกี่ยวกับผลกำไรเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจและความปรารถนาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอีกด้วย ด้วยการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาลและประชาชนของทั้งสองประเทศ การประกอบธุรกิจของสถานประกอบการเวียดนามในกัมพูชาจะยังคงได้รับการยืนยันต่อไป ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนบ้านที่ดีงาม มิตรภาพที่มีมาช้านาน ความร่วมมือในทุกด้านและความยั่งยืนในระยะยาวระหว่างสองประเทศมากขึ้น.







