โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล โลจิสติกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการขยายพื้นที่การพัฒนาออกสู่ทะเลเป็นภารกิจสำคัญ ในระบบโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ท่าเรือทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญระหว่างทะเลกับแผ่นดินใหญ่ ระหว่างการผลิตกับตลาด ณ ท่าเรือเตินก๋าง ก๊าตล้าย สังกัดกลุ่มบริษัทเตินก๋าง ไซ่ง่อน กระบวนการเปลี่ยนผ่านจากท่าเรือทันสมัยไปสู่ท่าเรืออัจฉริยะ กำลังสร้างขีดความสามารถเพิ่มเติมสำหรับการบริหารจัดการ การใช้ประโยชน์จากท่าเรือและการขยายพื้นที่เศรษฐกิจทางทะเล
ท่าเรือเตินก๋าง ก๊าตล้าย ดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่เว้นวันหยุด สายเดินเรือ ยานพาหนะและสินค้าได้รับการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง สำหรับท่าเรือที่มีปริมาณสินค้ามหาศาล ไม่ได้มีแค่ความต้องการในเรื่องการขนถ่ายที่รวดเร็วเท่านั้น หากยังต้องมีระเบียบขั้นตอนในการดำเนินงานที่แม่นยำชัดเจน นาย เจิ่นหงอกติ่ง รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมท่าเรือของเครือบริษัท เตินก๋าง ไซ่ง่อน เผยว่า
"กิจกรรมของท่าเรืออยู่ในระดับสูงอยู่เสมอ มาตรการของเราต้องเน้นถึงการค้ำประกันคุณภาพของภารกิจ โดยเฉพาะ สำหรับท่าเรือ จะไม่มีวันหยุด พวกเรารับเรืออย่างต่อเนื่อง บริหารจัดการสินค้า เรือและยานพาหนะ ยืนยันถึงบทบาทของเทคโนโลยีและข้อมูลในการค้ำประกันให้กิจกรรมของท่าเรือเป็นไปอย่างราบรื่น"
ตั้งแต่ปี 2008 เตินก๋างไซ่ง่อนได้เริ่มก่อสร้างท่าเรืออัจฉริยะ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การจัดการตู้คอนเทนเนอร์ การลงทะเบียนขนถ่ายสินค้า การส่งมอบและรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการควบคุมยานพาหนะ ระบบต่างๆ เช่น ระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการและดำเนินงานท่าเรืออัจฉริยะ หรือ TOPX ระบบการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ช่วยแปลงขั้นตอนการแจ้ง การสั่งงานและการชำระเงิน ณ ท่าเรือให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด หรือ ePort คำสั่งส่งมอบสู่อิเล็กทรอนิกส์ หรือ eDO ระบบบริหารจัดการคลังสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ eWMS ระบบตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการศุลกากรอัตโนมัติ หรือ Autogate ช่วยลดการทำงานด้วยมือ ระยะเวลาการส่งมอบและรับตู้คอนเทนเนอร์ 1 ตู้ ลดลงจากประมาณ 2-3 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 30 นาที สำหรับลูกค้าและสายเดินเรือ ประสิทธิภาพสะท้อนให้เห็นโดยตรงผ่านเวลา ผลผลิตและคุณภาพบริการ นาง ฝ่ามถิทูห่า กรรมการผู้จัดการของบริษัทการเดินเรือ RCL ประเทศเวียดนามแสดงความเห็นว่า
"ลูกค้าและบริษัทการเดินเรือจำนวนมากต่างชื่นชมความสามารถในการขนถ่ายสินค้าของก๊าตล้าย และการลงทุนเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบต่างๆ เช่น ePort, eDO และแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์ม ePort นำประโยชน์มากมายมาสู่ลูกค้า การบริหารจัดการเรือเข้าออกได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด ควบคู่กับกระบวนการที่ชัดเจนและทีมงานที่มีความตั้งใจ ช่วยให้กิจกรรมการขนถ่ายดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
ที่ก๊าตล้าย เทคโนโลยีช่วยยกระดับขีดความสามารถในการขนถ่ายจากระดับที่ถูกออกแบบไว้ประมาณ 3 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ ขึ้นเป็นประมาณ 6 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี นาย เหงวียนหวูฟุก รองหัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ของเครือบริษัทเตินก๋างไซ่ง่อน เผยว่า
"ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับตำแหน่งตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงเมื่อตู้คอนเทนเนอร์เข้าประตู ท่าเรือจะมีตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอเพื่อวางหรือยกสินค้าออก ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้วยมือได้จำนวนมาก เช่น หากเราไม่มีระบบบริหารจัดการท่าเรือ เราจะไม่สามารถทราบว่า ตู้คอนเทนเนอร์อยู่ที่ไหนในลานแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนั้นเราทำแบบอัตโนมัติ มีการแจ้งเตือนแก่ลูกค้า ตลอดจนบริหารจัดการทุกอย่างบนระบบเดียวที่พร้อมแบ่งปันข้อมูล เพื่อลดขั้นตอนการทำงานด้วยมือ มีส่วนช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่ลูกค้าและบริษัทการเดินเรือ นี่คือพื้นฐานเพื่อให้เราก่อสร้างท่าเรืออัจฉริยะ"
ตามแนวทางของมติที่ 20 การพัฒนาพื้นที่ทางทะเลต้องเชื่อมโยงกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้มีความทันสมัย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน นี่คือทิศทางที่เตินก๋างไซ่ง่อน กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นาย เหงวียนนังตว่าน รองกรรมการผู้จัดการเครือบริษัทเตินก๋างไซ่ง่อนยืนยันว่า ข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และขีดความสามารถในการขนถ่ายกำลังช่วยให้เตินก๋างไซ่ง่อนยกระดับประสิทธิภาพของแต่ละท่าเรือ พร้อมทั้ง เพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงของทั้งระบบ นั่นคือวิธีการที่ท่าเรือสร้างพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับการผลิต โลจิสติกส์และการค้า
"อาจกล่าวได้ว่า เทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็งและสร้างสถานะของเตินก๋างดังเช่นในปัจจุบัน เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ไม่มีทางอื่นใด นอกจากต้องเร่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคนิคและเทคโนโลยีในโรดแมปปีต่อๆ ไปสำหรับเตินก๋าง พวกเราจะเร่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคนิค โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการ การจัดระเบียบ และการบริหารจัดการท่าเรือเตินก๋างจะปรับใช้ระบบชุมชนท่าเรือ (Port Community System) เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลทั่วทั้งเครือบริษัทฯ แปลงกระบวนการ ขั้นตอน การทำธุรกรรมภายในให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนงานทำธุรกรรมกับลูกค้าและการลงทุนยกระดับความทันสมัยในสถานประกอบการท่าเรือแห่งใหม่บางแห่ง"
ปัจจุบัน เครือบริษัทเตินก๋างไซ่ง่อน เป็นผู้บริหารจัดการท่าเรือชั้นนำของเวียดนามติด 20 กลุ่มท่าเรือคอนเทนเนอร์ที่มีปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือมากที่สุดในโลก จากความสำเร็จของท่าเรือก๊าตล้าย แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะและการเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงเป็นวิธีใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยทำให้เป้าหมายการสร้างเวียดนามให้เป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางทะเลกลายเป็นความจริง./.








