การทูตวัฒนธรรมจากเวทีการพบปะแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

เทศกาลวัฒนธรรมโลก ณ กรุงฮานอย ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “หลอมรวมมรดก สร้างสรรค์อนาคต” เป็นเวทีที่ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ นำเสนอเอกลักษณ์และความโดดเด่นทางวัฒนธรรมของตนเอง แลกเปลี่ยนคุณค่า โดยงานในปีนี้มีการจัดพื้นที่แสดงวัฒนธรรม 45 แห่ง ซุ้มอาหาร 35 แห่ง การฉายภาพยนตร์จาก 18 ประเทศและการเข้าร่วมของคณะศิลปะนานาชาติ 20 คณะ

เมื่อวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศได้มาอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมจึงมีโอกาสสัมผัสโดยตรงกับศิลปะ อาหาร งานหัตถกรรม เครื่องแต่งกายและเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละวัฒนธรรม นางเหงวียน เฟือง หว่า อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กล่าวว่า

“การประกาศใช้มติ 80 ของกรมการเมืองพรรคเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรม ควบคู่กับมติ 59 ว่าด้วยการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก ทำให้การสร้างแบรนด์สำหรับเทศกาลวัฒนธรรมระดับโลกในเวียดนาม และการผลักดันให้เวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางบนแผนที่ศิลปะและวัฒนธรรมนานาชาติ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง จากการจัดเทศกาลวัฒนธรรมโลกในทุกๆ ปี เราหวังว่า จะสร้างแบรนด์ให้แก่กรุงฮานอย ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกอยู่แล้ว และจะพัฒนาให้กรุงฮานอยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดบนแผนที่ศิลปะและวัฒนธรรมของภูมิภาคและโลก เพื่อให้ทุกครั้งที่ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง เพื่อนมิตรจากนานาประเทศต่างเดินทางมาเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ร่วมมือกันและร่วมผลิตผลงานต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์โครงการใหม่ ๆ และร่วมกันเปิดพื้นที่สำหรับการสนทนา”

การสร้างพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในลักษณะนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกด้านวัฒนธรรมอย่างเชิงรุก โดยมติที่ 80-NQ/TW ของกรมการเมืองพรรคเกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมระบุว่า วัฒนธรรมเป็นพลังภายใน แหล่งทรัพยากรเพื่อการพัฒนาและเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของ soft powerของประเทศ พร้อมทั้งกำหนดให้ส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนาม เปิดรับแก่นแท้ของวัฒนธรรมมนุษยชาติ และเป็นฝ่ายรุกในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก ดังนั้น เทศกาลวัฒนธรรมในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการนำเสนอสิ่งที่เวียดนามมีเท่านั้น หากยังมุ่งสร้างประสบการณ์เพื่อให้สาธารณชนได้เข้าถึงและทำความรู้จักด้วยตนเอง รองศาสตราจารย์ ดร. บุ่ย หว่าย เซิน รองหัวหน้าคณะกรรมการประชาสัมพันธ์และให้การศึกษาส่วนกลางย้ำว่า

“soft power ไม่เพียงแต่หมายความว่า เราจะพูดถึงตัวเราเองให้มากเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การทำให้ทั่วโลกชื่นชอบ เชื่อมั่นและต้องการทำความรู้จักเวียดนามมากขึ้น เราจำเป็นต้องนำเสนอภาพลักษณ์ของเวียดนามให้รอบด้านมากขึ้น เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันลุ่มลึกและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็เป็นเวียดนามที่ทันสมัย สร้างสรรค์ คล่องตัว เป็นมิตร มีความรับผิดชอบและมีความมั่นใจในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก ดังนั้น ผมคิดว่า เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอย่างจริงจัง จากแนวคิด ‘การเผยแพร่วัฒนธรรม’ ไปสู่ ‘การสร้างเสน่ห์ดึงดูดทางวัฒนธรรม’ จากการเพียงนำเสนอสิ่งที่เรามี ไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นต้องการเดินทางมายังเวียดนามด้วยตนเอง ชื่นชอบเวียดนามและต้องการบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับเวียดนาม นั่นจึงจะเป็น soft power ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

เมื่อวัฒนธรรมกลายเป็นสะพานเชื่อม

เสน่ห์ของวัฒนธรรมไม่เพียงแต่อยู่ที่ความน่าสนใจเท่านั้น หากยังอยู่ที่การสัมผัสและการสังสรรค์ได้โดยตรง ซึ่งสามารถเปิดโอกาสให้ผู้คนเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตั้งแต่กรุงฮานอยไปจนถึงเทศกาลที่นำเสนอวัฒนธรรมเวียดนามในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ได้สร้างเวทีมากขึ้นให้ประชาชนจากประเทศต่าง ๆ ได้พบปะ สัมผัสประสบการณ์และทำความเข้าใจระหว่างกันมากขึ้น

ในการเข้าร่วมเทศกาลวัฒนธรรมโลก ณ กรุงฮานอย นาย Kohdayar Marri เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำเวียดนามกล่าวว่า งานเทศกาลในลักษณะเช่นนี้ได้เปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้แบ่งปันคุณค่าอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

“งานนี้เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอความสามารถ ทักษะ งานหัตถกรรม ศิลปะ ดนตรี และการเต้นรำของเรา จากนั้น เราก็มีโอกาสสื่อสารกันมากขึ้น เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของกัน รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ที่มีตัวแทนทูตานุทูตประจำอยู่ในเวียดนาม กิจกรรมในลักษณะเช่นนี้มีส่วนช่วยทำให้วัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อความเข้าใจ ความไว้วางใจและความคุ้นเคยระหว่างประเทศต่าง ๆ ได้รับการเสริมสร้างให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เราก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าต่อไป ส่งเสริมการท่องเที่ยว ลดช่องว่างระหว่างประเทศ ระหว่างทวีปและขจัดอุปสรรคที่กีดขวางความสัมพันธ์ระหว่างกัน”

ในอีกด้านหนึ่ง กิจกรรมที่นำเสนอวัฒนธรรมเวียดนามในต่างประเทศก็สร้างโอกาสให้เกิดการพบปะแลกเปลี่ยนและสัมผัสวัฒนธรรมในลักษณะเดียวกัน ผ่านกิจกรรมเหล่านี้ วัฒนธรรมเวียดนามได้รับการนำเสนอในพื้นที่ที่ใกล้ชิดกับชุมชนในประเทศนั้น ๆ ซึ่งประชาชนสามารถสัมผัสประสบการณ์โดยตรงผ่านอาหาร ศิลปะและเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเวียดนาม

การพบปะที่เริ่มต้นจากวัฒนธรรมสามารถเปิดประตูสู่ความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และก่อให้เกิดความเชื่อมโยงที่ก้าวข้ามขอบเขตของงานกิจกรรมแห่งหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนั้น วัฒนธรรมจึงไม่เพียงแต่เป็นเนื้อหาของการแลกเปลี่ยนเท่านั้น หากยังกลายเป็นช่องทางที่ช่วยให้เวียดนามเชื่อมโยงกับโลกได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น./.