ที่ตำบลเดื่องฮวา ครอบครัวของนาง ฝ่ามถิแทงเฮือง มีความผูกพันกับต้นชามากว่า 30 ปี โดยแต่ก่อนนี้ ใบชาที่เก็บเกี่ยวในพื้นที่ปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดของกว๋างนิงห์ถูกจำหน่ายเป็นวัตถุดิบดิบเท่านั้น ยังไม่มีการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ จนกระทั่งปี 2021 บริษัทลงทุน ก่อสร้างและการค้า เวียดตู้ จำกัด ของครอบครัวนาง เฮือง ได้เริ่มเปลี่ยนแนวทางจากการเป็นผู้จัดสรรวัตถุดิบหลักให้แก่ตลาด มาเป็นการแปรรูปและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแปรรูป และเทคนิคการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานญี่ปุ่น บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อสร้างระบบฐานข้อมูลดิจิทัล และช่องทางอีคอมเมิร์ซ ภายหลัง 4 ปี บริษัทฯ มี 6 ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน OCOP 5 ดาวระดับชาติ และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ได้รับการรับรองเป็นสถานประกอบการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากการผลิตสู่ตลาด เทคโนโลยีกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งที่สถานประกอบการใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ นาง ฝ่ามถิแทงเฮือง ผู้อำนวยการบริษัทการลงทุน ก่อสร้างและการค้า เวียดตู้ จำกัด เผยว่า

"ดิฉันเห็นว่าเพื่อให้ประชาชนกลับมาปลูกชา เราต้องตอบโจทว่าต้นชาต้องสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่ปลูกชามีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเราได้ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ดีขึ้น ใช้ประโยชน์จากแนวโน้มดิจิทัลเพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด จากนั้นจึงสร้างการเติบโตเพื่อกลับไปลงทุนในพื้นที่วัตถุดิบและเกษตรกร"

ปัจจุบัน สถานประกอบการเมืองกว๋างนิงห์ได้เป็นฝ่ายรุกในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่โดยมีการเชื่อมโยงกับความต้องการที่เป็นรูปธรรมของการผลิตและการดำเนินธุรกิจโดย ด้วยสถานประกอบการที่กำลังดำเนินกิจการอยู่กว่า 14,000 แห่ง ซึ่งประมาณ 98% เป็นสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม สถานประกอบการกว๋างนิงห์จึงมีความหลากหลายทั้งในด้านขนาดและระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยสมาคมนักธุรกิจรุ่นใหม่กว๋างนิงห์เป็นกองกำลังเดินหน้า นาย คุกดิ่งเฟือง นายกสมาคมนักธุรกิจรุ่นใหม่กว๋างนิงห์กล่าวว่า

"พวกเราเน้นดำเนินโครงการข้อมูลดิจิทัลของสมาคมนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดกว๋างนิงห์ เพื่อแปลงข้อมูลเอกสารของสมาชิกสถานประกอบการเกือบ 300 แห่งให้เป็นดิจิทัล ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมโยงในประชาคมนักธุรกิจและสถานประกอบการ ขณะเดียวกัน พวกเรายังมีความหวังที่จะเชื่อมโยงกับประชาคมสถานประกอบการสมาชิก 21,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงแห่งสีเขียว"

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลยังกำหนดความต้องการให้มีระบบนิเวศสนับสนุนเพื่อให้สถานประกอบการ โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปี 2015 จังหวัดกว๋างนิงห์ได้เปิดดำเนินรูปแบบการสนทนา "ดื่มกาแฟคุยกับนักธุรกิจ" เพื่อสร้างช่องทางการหารือระหว่างสถานประกอบการกับสำนักงานฝ่ายบริหาร เมื่อเร็วๆนี้ รายการที่ปรึกษาสำหรับ CEO ก็ได้ดำเนินการในท้องถิ่น ควบคู่กับแนวทางเปลี่ยนแปลงใหม่การดำเนินงานของศูนย์ประยุกต์ใช้และนวัตกรรม นาง หวูถิกิมชี รองผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมืองกว๋างนิงห์เผยว่า

"ในปีนี้ พวกเราจะยกระดับรูปแบบศูนย์ประยุกต์ใช้และนวัตกรรมเพื่อให้เป็นเวที 'ตลาดเทคโนโลยี' สำหรับการแบ่งปันระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน ระหว่างปัญญาชนกับะผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะจัดชุดกิจกรรม เช่น Tech Cafe, Tech Connect และในปีหน้าจะปรับเป็น Fast of Connect อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องยิ่งขึ้น"

ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและวิธีการผลิตกำลังเปิดแนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นสำหรับสถานประกอบการกว๋างนิงห์ ทั้งนี้ การเป็นฝ่ายรุกจากเศรษฐกิจภาคเอกชนและความพยายามสนับสนุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงการเชื่อมโยงของเมืองกว๋างนิงห์ กำลังสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมสำหรับกระบวนการเปลี่ยนผ่าน จากสถานประกอบการแต่ละแห่ง การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งที่กว๋างนิงห์ใช้สร้างแรงขับเคลื่อนสำหรับการเติบโตใหม่./.