ในการประชุมครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการกลางพรรคสมัยที่ 14 เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ท่าน โตเลิม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศได้เสนอการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ 4 ข้อเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาใหม่ของประเทศ 1 คือ ยกระดับศักยภาพการนำ การบริหารและคุณภาพการดำเนินงานของพรรคและกลไกรัฐ 2 คือบริหารจัดการพื้นที่พัฒนาให้เป็นเอกภาพ และส่งเสริมประสิทธิภาพของแหล่งพลังแห่งชาติ 3 คือกำหนดรูปแบบการพัฒนาบนพื้นฐานของผลิตภาพ ความรู้ เทคโนโลยีและมนุษย์ 4 คือ เป็นฝ่ายรุกในการป้องกัน ยกระดับความยืดหยุ่น ความสามารถในการปรับตัว และปกป้องประเทศอย่างมั่นคง ซึ่งการเปลี่ยนผ่านทั้ง 4 ประเด็นนี้มีความเป็นเอกภาพ โดยแต่ละก้าวนอกจากจะช่วยแก้ไขอุปสรรคที่มีอยู่แล้ว ยังเปิดพื้นที่การพัฒนาใหม่ๆ โดยมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่ได้รับความสนใจภายในประเทศเท่านั้น หากยังได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากนักวิชาการนานาชาติอีกด้วย นาย คีริล วิทเทเกอร์ นักวิจัยด้านการเมืองและประวัติศาสตร์เวียดนามแสดงความเห็นว่า เพื่อทำให้นโยบายเข้าสู่ชีวิตจริงอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมี 3 ปัจจัยสำคัญ 1 คือโครงสร้างที่เป็นเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบาย 2 คือ นโยบายมาจากสถานการณ์ที่เป็นจริง และ 3 คือ การสนับสนุนจากสังคม สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 3 ปัจจัยนี้ล้วนปรากฏอยู่อย่างครบถ้วนในประเทศเวียดนาม

จากมุมมองของนาย คีริล วิทเทเกอร์ สามารถมองเห็นสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด นั่นคือ ศักยภาพการขับเคลื่อนที่มั่นคงจากภายในได้สร้างพื้นฐานเพื่อให้เวียดนามขยายความร่วมมือและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างพลังภายใน หรือการขยายความร่วมมือ จุดอ้างอิงยังคงเป็นเรื่องของมนุษย์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ทุกนโยบายถูกวัดด้วยคุณค่าที่แท้จริงที่นำไปสู่การปฏิบัติเพื่อประชาชน.