เที่ยงวันที่ 4 กันยายน นาย มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาร์ พร้อมภริยา ได้เดินทางถึงกรุงฮานอย นาย เลแค้งหาย หัวหน้าสำนักงานประธานประเทศ และนาย เหงวียนหว่างลอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รอต้อนรับคณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย
นี่เป็นการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดี มิน อ่อง หล่าย นับตั้งแต่เมียนมาร์เสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมกราคมปี 2026 และจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เมื่อเดือนเมษายนปี 2026 อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนระดับสูงสุดระหว่างสองฝ่ายนับตั้งแต่ปี 2019 การเยือนครั้งนี้มีความหมายที่สำคัญยิ่ง มีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านาน หุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน ยกระดับความไว้วางใจทางการเมืองระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมและขยายความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี
เวียดนามและเมียนมาร์ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 1975 ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้รับการรักษาผ่านช่องทางการติดต่อ ความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจคือ มูลค่าการค้าต่างตอบแทนในปี 2025 บรรลุ 590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 บรรลุ 336 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ปัจจุบัน เวียดนามมีโครงการลงทุนในเมียนมาร์จำนวน 107 โครงการ ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 1 พัน 4 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่อันดับ 5 จาก 87 ประเทศและดินแดนที่เวียดนามมีเงินลงทุนในต่างประเทศ
การที่ประธานาธิบดีเมียนมาร์เดินทางมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการได้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจ มีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์มิตรภาพและหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้านระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันเป็นการยืนยันว่า เวียดนามยังคงยึดมั่นแนวทางการต่างประเทศแห่งสันติภาพ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา มีความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศหลายรูปแบบหลายฝ่าย ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเก่าแก่ ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับเมียนมาร์และประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อประชาคมอาเซียนที่สามัคคี เป็นหนึ่งเดียวและพึ่งตนเองในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน.





