นี่คือคำประกาศของนาย วาฮิด อาหมัดดี สมาชิกรัฐสภาอิหร่าน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยระบุว่า การตัดสินใจนี้ดำเนินการตามกฎหมายที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานนิติบัญญัติของอิหร่าน เพื่อรับมือภัยคุกคามและความเสียหายต่อสถานที่นิวเคลียร์จากการปะทะ 2 ครั้งล่าสุด รวมถึงการสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่าน นาย อาหมัดดี เผยว่า อิหร่านจะยังไม่ฟื้นฟูความร่วมมือกับ IAEA จนกว่าเงื่อนไขด้านความปลอดภัยของสถานที่นิวเคลียร์และทีมผู้เชี่ยวชาญจะได้รับการค้ำประกัน
ในวันเดียวกัน นาย อารี อับดอลลาฮี เสนาธิการใหญ่กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านประกาศว่า เตหะรานจะตอบโต้โดยมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของสหรัฐ ถ้าหากสหรัฐเปิดการโจมตีครั้งใหม่ต่ออิหร่าน นอกจากนี้ นาย อับดอลลาฮี ยังตือนอิสราเอลไม่ให้จุดชนวนการปะทะครั้งใหม่ และยืนยันว่า กองกำลังติดอาวุธอิหร่านจะตอบโต้ถ้าหากเกิดการโจมตี
ในขณะเดียวกัน เมื่อคืนวันที่ 5 ตุลาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือ CENTCOM ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตะวันออกกลางเผยว่า นับตั้งแต่กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐได้สกัดกั้นและสั่งเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือแล้ว 130 ลำ พร้อมทั้งทำให้ยานพาหนะ 3 ลำที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งหยุดทำงาน นอกจากนี้ CENTCOM ยังได้โจมตีและทำลายเรือพาณิชย์ 13 ลำที่ละเมิดคำสั่งปิดล้อม หรืออยู่ในรายชื่อกองเรือเงาของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC.
ผู้สื่อข่าว VOV ประจำประเทศอียิปต์





