เฟสติวัลครั้งนี้เป็นการสานต่อผลสำเร็จจากเฟสติวัลครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นในปี 2025 โดยมีการปรับปรุงและสร้างสรรค์ทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบการจัดงาน นาง เลถิแอ๊งมาย รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวกรุงฮานอย ย้ำว่า

“เฟสติวัลทังลอง - ฮานอยในปีนี้ ยังคงถือมรดกทางวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน แต่ให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นกับกระบวนการถ่ายทอด การสร้างสรรค์และการเผยแพร่มรดกวัฒนธรรมในชีวิตร่วมสมัย พื้นที่จัดเฟสติวัลได้รับการขยายและมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเชื่อมโยงกับสถานที่ทางวัฒนธรรม แหล่งมรดกและพื้นที่สาธารณะหลายแห่งของกรุงฮานอย กิจกรรมต่าง ๆ จัดขึ้นที่พระราชวังหว่างแถ่งทังลอง วันเมี๊ยว - ก๊วกตื๋อย้าม พิพิธภัณฑ์ฮานอย หมู่บ้านบ๊าตจ่างและบริเวณทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม”

กระแสแห่งมรดกทางวัฒนธรรมในเฟสติวัลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านดนตรี แสงสี เทคโนโลยี แฟชั่น และศิลปะจัดวางแสดง เป็นต้น นายฝ่ามหว่างยาง ผู้กำกับการแสดงเฟสติวัลทังลอง - ฮานอยปี 2026 กล่าวว่า

“เฟสติวัลทังลอง - ฮานอย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2026 เป็นงานศิลปะที่มีความหลากหลาย โดยมี 3 เนื้อหา ได้แก่ ความภาคภูมิใจในมรดกที่เป็นเอกลักษณ์ การสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี การเผยแพร่อย่างกลมกลืน จุดเด่นในครั้งนี้คือการจัดงานไม่ได้อยู่ในระดับท้องถิ่นเท่านั้น หากยังมุ่งยกระดับให้เทศกาลนี้เป็นงานวัฒนธรรมระดับโลกอีกด้วย”

ส่วนนักร้องหญิง กว๊าก มาย ที หนึ่งในศิลปินที่ร่วมการแสดงในพิธีเปิดเฟสติวัลทังลอง - ฮานอย ปี 2026 กล่าวว่า

“ฉันร้องเพลง ‘จุดประกายเปลวไฟแห่งมรดก’ ซึ่งเป็นเพลงใหม่ ฉันร้องกับนักร้องตุ่งเยือง การแสดงถูกออกแบบอย่างยิ่งใหญ่อลังการมาก ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ถึงสายธารแห่งมรดกทางวัฒนธรรมในรายการเปิดงานเฟสติวัล”

นางสาว ด่วานลานแอง ผู้ชมกรุงฮานอย กล่าวว่า

“เฟสติวัลทังลองปลุกความรักเกี่ยวกับวัฒนธรรมและมรดกต่อคนรุ่นใหม่อย่างพวกเรา โดยพื้นที่จัดงานได้รับการออกแบบอย่างงดงาม ดิฉันรู้สึกประทับใจมากต่อการแสดงต่าง ๆ โดยมีการผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ดั้งเดิมและความร่วมสมัย”

นอกจากการเข้าร่วมของคณะศิลปะต่างๆ ภายในประเทศ เฟสติวัลครั้งนี้ยังมีคณะศิลปะจากอินเดีย ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลีเข้าร่วมด้วย ชึ่งช่วยให้คืนการแสดง ณ พระราชวังหว่างแถ่งทังลอง เป็นนำเสนอพื้นที่แห่งการผสมผสานทางดนตรีที่มีสีสันหลากหลาย การแสดงเพลงทำนองพื้นเมือง เสิม “แสงแดดใหม่แห่งฮานอย” และการแสดงเพลงทำนองพื้นเมืองโบ๋ย “คุณเจิ่นบิ่งจ่องสละชีพ” ของเวียดนาม สลับกับการแสดง Samulnori ของสาธารณรัฐเกาหลี การบรรเลงเครื่องดนตรี Shamisen ผสมผสานกับบีตบ็อกซ์ (Beatbox) ของญี่ปุ่น และการแสดงภังราและกิดาของอินเดีย ศิลปิน Wada Tatsuya จากคณะศิลปะญี่ปุ่น กล่าวว่า

“นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราเดินทางมาเวียดนาม โดยเห็นว่า บรรยากาศที่พระราชวังหว่างแถ่งทังลอง - ฮานอยคึกคักมาก พวกเราเดินทางมาที่นี่ด้วยกัน 3 คน ผมแสดงบีตบ็อกซ์ร่วมกับศิลปินเต้นและศิลปินที่เล่นเครื่องดนตรี พวกเรานำเสนอศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นผสมผสานกับศิลปะร่วมสมัย จุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้คือเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้พัฒนาอย่างกว้างลึกมากขึ้น”

อีกหนึ่งไฮไลต์ของเฟสติวัลครั้งนี้ คือ กิจกรรมการแสดงศิลปะที่วันเมี๊ยว - ก๊วกตื๋อย้าม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีใฝ่เรียนรู้และอารยธรรมทังลอง - ฮานอย โดยที่นี่ กิจกรรมต่าง ๆ ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับศิลปะ เฟสติวัลฯ ยังนำผู้ชมไปสัมผัสหมู่บ้านเซรามิกบ๊าดจ่าง ผ่านการแสดงศิลปะ “เสียงแห่งเครื่องปั้นดินเผา” ซึ่งนำเสียงจากวัสดุและเครื่องดนตรีที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผามาสร้างสรรค์เป็นดนตรี ก่อให้เกิดแนวทางใหม่ในการเข้าถึงมรดกทางวัฒนธรรมของหมู่บ้านหัตถกรรม นางสาว กาวหมีแคง นักท่องเที่ยวจากจังหวัดฮึงเอียน กล่าวว่า

“คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่มาเที่ยวชมต่างรู้สึกประทับใจกับพื้นที่จัดเฟสติวัลเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการออกแบบและการตกแต่ง ดิฉันอยากให้มีการจัดเฟสติวัลแบบนี้มากขึ้น”

เฟสติวัลทังลอง - ฮานอย เป็นงานวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทางการกรุงฮานอยกำลังผลักดันให้เฟสติวัลนี้กลายเป็นแบรนด์วัฒนธรรมของกรุงฮานอยเพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมผสานเข้ากับกระแสแห่งวิถีชีวิตร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืนมากขึ้น./