ตามรายงานแนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคารโลกหรือ WB โลกกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานสูงถึงร้อยละ 24 ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นแรงกระแทกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 เนื่องจากการปะทะในตะวันออกกลางควบคู่กับการหยุดชะงักอย่างรุนแรงที่ช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจุบัน สหภาพยุโรปหรือ EU ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น 27,000 ล้านยูโร หรือ 3 หมื่น 1 พัน 5 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำเข้าเชื้อเพลิง ดังนั้นธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB เตือนว่า หากการปะทะยืดเยื้อต่อไปและราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง ผลกระทบเชิงลบต่อเงินเฟ้อโดยรวมและระบบเศรษฐกิจจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ในวันเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษหรือ BoE ได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ 3.75 แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากการปะทะในตะวันออกกลางยังคงผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น BoE คาดการณ์ว่า การเติบโตของ GDP ของอังกฤษจะอยู่ที่ร้อยละ 0.7 หรือร้อยละ 0.8 ในปีนี้ และอยู่ที่ร้อยละ 0.8 หรือร้ยอละ 1 ในปี 2027 ซึ่งลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงเหลือร้อยละ 3.1 และเตือนว่า หากความไร้เสถียรภาพยังคงยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยที่อัตราการเติบโตเหลือเพียงร้อละ 2 เท่านั้น.




