ด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น "สนับสนุนเด็กไปโรงเรียน" “บุตรบุญธรรมป้อมทหารชายแดน” และ “เจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนเด็กไปโรงเรียน” เด็กหลายคนที่เคยเกือบต้องหยุดเรียนกลางคันก็ได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากเหล่าทหาร จนสามารถเดินหน้าต่อไปและปฏิบัติความฝันในชีวิตของตนเอง
งานวันเกิดของทหารที่เกิดในเดือนสิงหาคม ณ ป้อมชายแดนตุ่งหวายคึกคักกว่าปกติ นอกจากดอกไม้ เค้กและคำอวยพรที่มอบให้แก่เหล่าทหารแล้ว วันนี้ป้อมชายแดนยังต้องอำลาสมาชิกคนพิเศษอีกหนึ่งคน นั่นคือ หว่างวันหว่าง ซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนชนกลุ่มน้อยประจำมัธยมศึกษากว๋านบะ และเตรียมเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ หว่างวันหว่าง สูญเสียบิดาตั้งแต่ยังเล็ก อาศัยอยู่กับมารดาและตายายในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ทรุดโทรมในหมู่บ้านต๋าว้าน หลังจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนใกล้บ้าน เขาจะต้องไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมต้นที่อยู่ห่างออกกไปมากกว่า 16 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางภูเขาที่คดเคี้ยวและลาดชัน
“ปีนี้ผมขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมาอยู่ที่ป้อมชายแดนตุ่งหวายได้เกือบ 2 ปีแล้ว ตอนที่เพิ่งมาใหม่ ๆ ผมรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่รู้ว่าต้องทำอะไร... ต่อมาพี่ป๊าว พี่ ๆ และทหารที่ป้อมคอยสอนและให้คำแนะนำ พอไม่มีการบ้านหรือต้องอ่านหนังสือ ผมก็ช่วยพี่ ๆ และทหารทำความสะอาดบ้าน ตอนเรียนชั้นประถมศึกษา ผมได้เป็นนักเรียนดีเด่น ส่วนตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผมได้เป็นนักเรียนเรียนดี พอมาเรียนที่โรงเรียนประจำ ผมรู้สึกว่ายากขึ้นนิดหน่อย”
ในชายคาอันอบอุ่นนี้ ยังมีเด็กอีกหนึ่งคนคือ หย่าง แถ่ง ป๊าว จากหมู่บ้าน ตุ่งหวายฝิ่น โดยบิดามารดาหย่ากันตั้งแต่เขายังไม่ทันลืมตาดูโลก เขาจึงเติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของตายาย ความยากจนเคยทำให้ หย่าง แถ่ง ป๊าว ต้องเลิกเรียน แต่เมื่อ 4 ปีก่อน ทหารจากป้อมชายแดนตุ่งหวายได้เดินทางไปถึงบ้านของเขาเพื่อรับตัวเขามาอยู่ที่ป้อมและซื้อจักรยานให้เพื่อใช้เดินทางไปโรงเรียน
“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ 4 ปีแล้ว ช่วงแรกที่เข้ามา รู้สึกตื่นเต้นและยังไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ป้อมชายแดนแห่งนี้ก็กลายเป็นเหมือนบ้านอีกหลังของผม ผมร่วมกับพี่ๆ น้าๆ เลี้ยงสัตว์ปีกและปลูกพืช มีอาหารการกินเพียงพอ นอกจากนี้ พวกพี่ๆ น้าๆ ยังคอยช่วยเหลือเรื่องการเรียน วิชาไหนที่ผมไม่เข้าใจผมก็ถามพวกเขา”
นับตั้งแต่ปี 2018 ป้อมชายแดน ตุ่ง หวาย ได้ตรวจข้อมูลกรณีเด็กกำพร้าและเด็กที่มีฐานะยากจนเป็นพิเศษในพื้นที่เพื่อรับมาดูแล ซึ่งผ่านโครงการ "สนับสนุนเด็กไปโรงเรียน-บุตรบุญธรรมป้อมทหารชายแดน” และ “เจ้าหน้ที่ทหารสนับสนุนเด็กไปโรงเรียน” ปัจจุบัน ป้อมชายแดนกำลังอุปถัมภ์และให้การช่วยเหลือนักเรียนรวม 22 คน (ในจำนวนนี้ เป็นการรับมาเลี้ยงดูโดยตรง ณ ป้อมชายแดน จำนวน 2 คน)
เมื่อมาอยู่อาศัยที่ป้อมชายแดน บุตรบุญธรรมป้อมทหารชายแดน อย่างเช่น หว่างวันหว่าง และ หย่าง แถ่ง ป๊าว มักจะตื่นเช้ามาออกกำลังกาย ปั่นจักรยานไปโรงเรียน ตอนบ่ายจะช่วยปลูกผักเลี้ยงสัตว์และตอนเย็นก็นั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือ จังหวะชีวิตของพวกเขาดำเนินไปอย่างมีระเบียบวินัยไม่ต่างจากทหาร พันโท เล ดิงห์ จ๋อง ผู้ดูแลฝ่ายการเมืองของป้อมชายแดน ตุ่งหวาย สังกัดกองกำลังป้องกันชายแดน เตวียนกวาง กล่าวว่า
“ในแต่ละวัน นอกจากเวลาเรียนในชั้นเรียนที่มีครูคอยสั่งสอนแล้ว เมื่อกลับมาที่ป้อมชายแดน การดำเนินชีวิตและการเรียนของพวกเขาก็จะเหมือนกับทหาร ตื่นเช้ามาออกกำลังกายแล้วไปเรียน ตอนบ่ายเล่นกีฬาและช่วยปลูกผักเลี้ยงสัตว์ ส่วนตอนเย็นพวกพี่ ๆ น้า ๆ ทหารก็ให้การดูแลเรื่องการบ้าน”
ด้วยระเบียบวินัยที่ผสานกับความรักและความเอาใจใส่ของเหล่าทหาร ผลการเรียนของหว่างและป๊าวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เด็กสองคนนี้ก็ตั้งความฝันเกี่ยวกับอนาคตที่สดใส
“เนื่องจากการช่วยเหลือของพวกน้าๆ ผมถึงเรียนดีขึ้น ผมอยากเรียนให้เก่งเพื่อกลายเป็นทหารชายแดน”
“ผมมีความฝันว่า โตขึ้นจะเป็นทหารเหมือนพวกน้าๆ ดังนั้น ผมจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความรักและการเลี้ยงดูของพวกน้าๆ”
ที่ตุ่งหวาย หมอกอาจบดบังเส้นทางสู่หมู่บ้านบนเนินเขาอันคดเคี้ยว แต่ไม่อาจทำให้เส้นทางชีวิตของหว่าง ป๊าวและเด็กคนอื่น ๆ ต้อมืดมนอีกต่อไป ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจีตามแนวชายแดน เหล่าเด็กกำพร้าที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบต้องเลิกเรียน ก็กำลังเติบโตขึ้นด้วยความรักและการดูแลเอาใจใส่ของเหล่าทหาร ในวันข้างหน้าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ช่วงเวลาหลายปีที่อยู่อาศัยในป้อมชายแดนตุ่งหวายนั้น จะยังคงเป็นที่พึ่งอันมั่นคงและช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจบนเส้นทางสร้างอนาคตของตนเอง.








