รายงานฉบับนี้จัดทำโดยการเข้าร่วมของหุ้นส่วนทั้งภายในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกระแสเงินลงทุนไปสู่ภาคเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดจน การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกของสภาพแวดล้อมการลงทุนและธุรกิจในเวียดนาม

ถือสถานประกอบการเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูป

ในสภาวการณ์ที่การแข่งขันระดับโลกทวีความรุนแรงมากขึ้น หลายประเทศกำลังเร่งดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ภาคส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เซมิคอนดักเตอร์ บิ๊กดาต้า และเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งเวียดนามก็เข้าร่วมอย่างเข้มแข็งในเชิงรุกต่อแนวโน้มนี้

ที่น่าสนใจคือ แทนที่จะแข่งขันโดยใช้ค่าจ้างแรงงานถูกหรือมาตรการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเหมือนในอดีต ปัจจุบัน เวียดนามกำลังเปลี่ยนไปสู่การแข่งขันผ่านกลไกที่มีความโปร่งใส สภาพแวดล้อมการลงทุนที่อำนวยความสะดวกและระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นผ่านนโยบายและแนวทางสำคัญๆในเวลาที่ผ่านมา เช่น มติที่ 57 ว่าด้วยก้าวกระโดดในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศ มติที่ 68 ว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยีขั้นสูง ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและ AI รัฐบาลยังส่งเสริมกลไกแซนด์บ็อกซ์สำหรับเทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทค AI เซมิคอนดักเตอร์และรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการพัฒนานวัตกรรม

โดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 29 เมษายนปี 2026 รัฐบาลได้ออกมติ 8 ฉบับ ยกเลิกระเบียบราชการ 184 รายการและเงื่อนไขทางธุรกิจ 890 ข้อ ซึ่งการปฏิบัติเหล่านี้ได้รับการประเมินในเชิงบวกจากชุมชนสถานประกอบการและนักลงทุน นาย แม็กซ์-เอฟ ไชเชนอโซสต์ สมาชิกผู้ก่อตั้งคณะกรรมการบริหารขององค์การพัฒนาการลงทุนภาคเอกชนของเวียดนาม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของกองทุน NGF Partner แสดงความเห็นว่า

“ผมได้ลงทุนในประเทศต่างๆ และเห็นว่า การลดขั้นตอนระเบียบราชการมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อนักลงทุน เมื่อปี 2014 ขณะที่ผมลงทุนในเวียดนามเป็นครั้งแรก ผมต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้รับใบอนุญาตการลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนต้องรอเป็นเวลานาน ดังนั้น การประกาศล่าสุดของรัฐบาลเวียดนามเกี่ยวกับการลดระเบียบราชการและลดระยะเวลาในการออกใบอนุญาตจึงเป็นก้าวเดินสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและโครงการขนาดใหญ่”

การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ วิธีการเข้าถึงสำหรับนวัตกรรมที่เปิดกว้างและจริงใจมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อน สตาร์ทอัพถูกถือว่าเป็นเพียงรูปแบบการทดลอง แต่ปัจจุบันภาคส่วนสตาร์ทอัพนวัตกรรมได้รับการกำหนดให้เป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของเศรษฐกิจ

การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ กองทุนลงทุนในด้านสตาร์ทอัพและโครงการเชื่อมโยงสถานประกอบการเทคโนโลยีกับนักลงทุนต่างชาติได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค นาย ไมเคิล ดริโอล ซีอีโอของ Mekong Partner ยืนยันว่า

“เวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาต้นทุนไปสู่เศรษฐกิจที่พึ่งพาความสามารถ ซึ่งหมายถึงการมีวิศวกรและทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น บริการแบบบูรณาการมากขึ้น และสถานประกอบการภายในประเทศที่มีความแข็งแกร่งและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกมากขึ้น”

ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปและเดินพร้อมกับนักลงทุน

ในสภาวการณ์ที่กระแสเงินลงทุนระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น และความต้องการด้านความโปร่งใส เสถียรภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนสูงขึ้น เวียดนามกำลังส่งสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในการปฏิรูปและเดินพร้อมกับนักลงทุน

ดังนั้น การประกาศรายงานการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเวียดนามปี 2026 จึงมีความหมายสำคัญมากกว่าแค่เป็นรายงานสถิติหรือการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ นี่เป็นโอกาสเพื่อยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพอองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยภาคเอกชน สถานประกอบการเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในระยะการพัฒนาใหม่ของประเทศ พร้อมทั้ง เป็นโอกาสเพื่อให้เวียดนามส่งสารเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่นับวันเปิดกว้าง ทันสมัย​และยั่งยืนมากขึ้น นาง เลหว่างเอวียนวี ซีอีโอของ Do Ventures ซึ่งเป็นฝ่ายร่วมจัดฟอรั่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเวียดนามปี 2026 เผยว่า

“เรามีความประสงค์ที่แจ้งให้นักลงทุนทั่วโลกทราบว่า เวียดนามกำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญเพื่อดึงดูดเงินทุนเข้าสู่ภาคเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนและบริษัทที่ได้รับการลงทุนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการพัฒนา และช่วยให้เวียดนามกลายเป็นประเทศชั้นนำในด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

ทั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงในด้านแนวคิดการปฏิรูปบรรยากาศการลงทุนและประกอบธุรกิจกำลังกลายเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อให้เวียดนามเสริมสร้างความไว้วางใจกับชุมชนสถานประกอบการและนักลงทุนต่างชาติ ในระยะการพัฒนาใหม่ นี่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดแหล่งบุคคลกรที่มีคุณภาพสูง และมุ่งสู่เป้าหมายของการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน.