หนึ่งในสารที่เปี่ยมด้วยพลังโน้มน้าวใจของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ที่ส่งถึงชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศในโอกาสนี้ คือ การให้ความเคารพต่อความหลากหลายในรูปแบบการมีส่วนร่วมเพื่อประเทศชาติ โดยการอุทิศตนเพื่อมาตุภูมิไม่ได้หมายถึงต้องทำงานเต็มเวลาหรือการเดินทางกลับประเทศ ส่วนร่วมนั้นอาจจะเป็นงานวิจัยร่วมกัน การบรรยายทางไกล การเชื่อมโยงเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือการร่วมให้คำแนะนำหรือการช่วยเหลือนักศึกษาในประเทศ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญอันทรงคุณค่าในกระบวนการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ

อนาคตร่วมกัน

ในกรอบของรายการแสดงศิลปะ “เวียดนาม: เส้นทางแห่งมาตุภูมิผ่านภาพยนตร์และดนตรี” ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐ การพบปะที่มีชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศกว่า 1,300 คนเข้าร่วม ถือเป็นการพบปะระหว่างผู้นำพรรคและรัฐเวียดนามกับชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา การพบปะครั้งนี้ยิ่งมีความหมายมากขึ้นเนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรมการเมืองพรรคได้ประกาศมติที่ 23 ว่าด้วยงานด้านชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการใหม่ในด้านแนวคิดที่ไม่เพียงแต่กำหนดให้ชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากประชาชาติได้เท่านั้น หากยังเป็นหนึ่งในแหล่งพลังเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการมีส่วนร่วมเสริมสร้างพลังความเข้มแข็งโดยรวมของประเทศอีกด้วย โดยเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า ภารกิจการพัฒนาประเทศในยุคใหม่ต้องเชื่อมโยงทรัพยากรทางวัตถุเข้ากับทรัพยากรทางปัญญา โดยพลังของประชาชนกว่า 100 ล้านคนภายในประเทศต้องเชื่อมโยงเข้ากับพลังของชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศกว่า 6.5 ล้านคน

“พวกเราทุกคนต่างปรารถนาว่า ลูกหลานของเราจะได้สืบทอดคุณค่าอันดีงามแห่งสันติภาพ เราจงร่วมกันปิดฉากอดีตและสร้างสรรค์อนาคตของประชาชาติ ซึ่งก็คืออนาคตของลูกหลานของเรา นี่ยังเป็นความรับผิดชอบของเราที่มีต่อคนรุ่นหลัง การสร้างสรรค์เวียดนามที่เข้มแข็งและเจริญรุ่งเรืองไม่เพียงแต่เป็นความปรารถนาของผู้ที่กำลังอาศัยอยู่ในประเทศเท่านั้น หากยังเป็นของประชาชนเวียดนามทั้งชาติ ชาวเวียดนามแต่ละคนที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐสามารถมีส่วนช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์ของเวียดนามมากยิ่งขึ้น นักธุรกิจแต่ละคนสามารถเปิดประตูแห่งความร่วมมือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่อง นักวิทยาศาสตร์แต่ละคนสามารถสร้างสะพานแห่งองค์ความรู้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งและนักศึกษาแต่ละคนสามารถสร้าง การเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ประเทศเวียดนามพร้อมต้อนรับและให้ความสำคัญกับทุกส่วนร่วมของพี่น้องชาวเวียดนามในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงหรือจากระยะไกล การร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์และพัฒนาบ้านเกิดคือจิตใจแห่งความเป็นประชาชาติเดียว”

ความปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมต่อประเทศชาติ

เวียดนามในวันนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาครั้งประวัติศาสตร์เพื่อก้าวเข้าสู่เป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีรายได้สูงภายในปี 2045 ซึ่งบนเส้นทางแห่งการผงาดของประเทศ องค์ความรู้ เทคโนโลยีและจิตใจแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ในเชิงนวัตกรรมถือเป็นแหล่งพลังชี้ขาด

เมื่อมองจากภาพรวมของการพบปะกับชาวเวียดนามที่อาศัย ณ กรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา และนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ก็จะเห็นรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และปัญญาชนชาวเวียดนามในต่างประเทศจำนวนมากที่กำลังทำงานอยู่ในสาขาเทคโนโลยีแนวหน้าของโลก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี 6G พลังงานนิวเคลียร์ วัสดุชนิดใหม่ เทคโนโลยีทางการเงิน (fintech) และการค้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น มหาบัณฑิต สี กวี๊ วิศวกรอาวุโสของบริษัท Holtec ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของแคนาดากล่าวว่า

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมการพบปะระหว่างเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม กับนักวิทยาศาสตร์และปัญญาชนเวียดนามที่อาศัยในประเทศแคนาดา โดยเฉพาะได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของตนเองในด้านพลังงานนิวเคลียร์ จากความต้องการด้านพลังงานที่นับวันเพิ่มสูงขึ้น อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กกำลังได้รับการลงทุนอย่างมากในแคนาดา ในฐานะผู้ที่มีส่วนโดยตรงในการออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปแบบใหม่นี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสนำความรู้และความสามารถของตนเองมาช่วยเชื่อมโยงเทคโนโลยี ร่วมฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อมีส่วนร่วมพัฒนาสาขานี้ในเวียดนามในอนาคต”

ส่วนดร. ฝ่ามเหวียดห่า ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง Fansipan ประเทศแคนาดา กล่าวว่า

“ในด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ผมมีความปรารถนาว่า เวียดนามสามารถพึ่งตนเองได้ ตั้งแต่การออกแบบฮาร์ดแวร์ ระบบควบคุมการบิน ไปจนถึงซอฟต์แวร์บริหารจัดการอากาศยานไร้คนขับ”

ความสอดคล้องระหว่างแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคผ่านมติที่ 23 กับความมุ่งมั่นของชุมชนชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศกำลังช่วยสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ เมื่อความเชื่อมั่นได้รับการเสริมสร้างด้วยกลไกและนโยบายที่เปิดกว้างและโปร่งใส และเมื่อความรักชาติได้รับการส่งเสริมด้วยพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์อย่างเสรี ชาวเวียดนามหลายล้านคนทั่วโลกจะร่วมแรงร่วมใจกัน เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลกและร่วมกันสร้างอนาคตที่มั่งคั่งและเข้มแข็งให้แก่ประเทศเวียดนาม./.