การเยือนครั้งนี้มีขึ้นประจวบกับโอกาสที่ทั้งสองประเทศฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของเวียดนามที่ดำรงทั้งสองตำแหน่งพร้อมกันเดินทางไปเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และไทยเป็นจุดหมายปลายทางแรกในกรอบการเยือนประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของท่าน โตเลิม
ก่อนการเยือนนี้ ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจำประเทศไทย นาย ฝ่ามเหวียดหุ่ง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยได้เผยว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีเพื่อให้ผู้นำทั้งสองประเทศทบทวนผลความร่วมมือในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา หารือเกี่ยวกับโอกาสใหม่ พลังขับเคลื่อนใหม่เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศให้ลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับประเด็นที่ได้รับความสนใจในความร่วมมือทวิภาคีในเวลาที่จะถึง เอกอัครราชทูต ฝ่ามเหวียดหุ่ง เผยว่า
“นอกจากด้านความร่วมมือที่เป็นเสาหลักของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ เช่น การลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวแล้ว ทั้งสองประเทศยังแลกเปลี่ยนเป้าหมายการพัฒนาร่วมกันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งสองฝ่ายเน้นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสีเขียว การแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจทางทะเล การประมง พลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว ค้ำประกันความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ทั้งสองประเทศในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนและยากที่จะคาดเดาได้”
เอกอัครราชทูต ฝ่ามเหวียดหุ่ง กล่าวว่าไทยเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนชั้นนำและติด 1 ใน 10 หุ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของเวียดนามทั้งในด้านการลงทุนและการค้า ปัจจุบันไทยมีโครงการลงทุนในเวียดนามเกือบ 800 โครงการ รวมยอดเงินลงทุนกว่า 1 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ไทยยังเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่กว่า 2 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และทั้งสองประเทศกำลังพยายามเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวลาที่จะถึง.
ผู้สื่อข่าวของวีโอวีประจำประเทศไทย







