ฝูงนกปากห่างหายากอพยพไปยังโก่นชิมในจังหวัดยาลายเพื่อหาอาหาร
พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติโก่นชิมบนทะเลสาบถิหวาย ตำบลตุยเฟือกดง จังหวัดยาลาย ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของนกปากห่างนับพันตัว ซึ่งเป็นนกหายากที่ถูกระบุในสมุดปกแดงของเวียดนามที่อพยพมาอยู่ที่นี่
จากมุมสูง ภาพของนกปากห่างและนกชนิดอื่นๆ นับพันตัวที่มีปีกสีขาวและสีเทาอยู่บริเวณมุมหนึ่งของทะเลสาบถิหวาย เป็นภาพที่สวยงาม นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งของระบบนิเวศในทะเลสาบภายหลังพายุรุนแรงครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปลายปี 2025
นกปากห่าง หรือชื่อวิทยาศาสตร์คือ Anastomus oscitans จัดอยู่ในวงศ์นกกระสา และมักอยู่อาศัยในป่าชายเลน เป็นนกประจำถิ่น มีน้ำหนักระหว่าง 1-1.2 กิโลกรัม และมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นมาก ทำให้สามารถแยกแยะได้ง่ายจากนกกระยางขาวทั่วไป
นกปากห่างมีลำตัวเพรียวบาง แต่มีปีกกว้างและแข็งแรง ขนส่วนใหญ่เป็นสีขาวอมเทา มีขนสีดำบริเวณปีกและหาง
นกปากห่างมีจะงอยปากที่เป็นเอกลักษณ์ ยาว แข็งแรง และมีสีเทาอมน้ำตาล เมื่อปิดปากลง จะมีช่องว่างกว้างระหว่างขากรรไกรทั้งสองข้าง ทำให้เกิดโครงสร้างคล้ายที่หนีบ
ช่องว่างตรงจะงอยปากของนกปากห่างเป็น “อาวุธ” อันทรงพลังที่ช่วยให้นกตัวนี้สามารถจับและบดเปลือกหอยได้อย่างง่ายดาย เช่น หอยทาก หอยนางรม ปูและกุ้ง หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น กบ คางคก และแมลงขนาดใหญ่ เนื่องจากนกตัวนี้ชอบกินหอย จึงถูกเรียกว่า นกกระสากินหอย
ในเวียดนาม นกปากห่างถูกระบุในกลุ่ม IB ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ปีกหายากมากและใกล้สูญพันธุ์ การพบเห็นนกปากห่างจำนวนมากที่โก่นชิมถือเป็นข่าวดี เพราะนกชนิดนี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำและระบบนิเวศเป็นอย่างมาก
พฤติกรรมการอพยพของนกปากห่างคือการย้ายถิ่นฐาน หรือการอพยพเพื่อหาอาหารเมื่อพื้นที่อยู่อาศัยลดลงหรือแหล่งอาหารขาดแคลน ในเวียดนาม พวกมันมักอพยพไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำและนาข้าวที่มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์
นกตัวนี้ส่วนใหญ่อยู่อาศัยในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปกติจะเริ่มอพยพระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี เมื่ออาหารในพื้นที่ทางเหนือหรือพื้นที่ตอนในขาดแคลนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางอุทกวิทยา พวกมันจะอพยพไปยังพื้นที่ชายฝั่งและทะเลสาบที่มีระบบนิเวศป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
โก่นชิมตั้งอยู่ในระบบบึง ถิหนาย ซึ่งเป็นหนึ่งในบึงน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางของเวียดนาม โดยมีแหล่งสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ หอยและสัตว์พวกกุ้ง กั้ง ปู ซึ่งเป็นอาหารหลักของนกปากห่าง นอกจากนี้ ต้นโกงกางโบราณที่นี่ยังเป็นที่หลบภัยและห่างไกลจากการรบกวนของมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์เผยว่า นกปากห่างมีความสามารถพิเศษในการจดจำเส้นทางการอพยพ หากสถานที่ใดเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย พวกมันจะกลับมาในปีถัดไป บางครั้งอาจพาฝูงทั้งหมดกลับมาด้วย
นาย เหงียนดังควา อายุ 38 ปี ที่ประกอบอาชีพพายเรือในบึง ถิหนาย กล่าวว่า กว่าครึ่งปีภายหลังความเสียหายอย่างรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 13 ประชาชนและทางการจังหวัดยาลายได้ดำเนินแผนการต่างๆเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนในบึง ถิหนาย ป่าที่เคยล้มลงและถูกไฟไหม้กำลังค่อยๆ กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง ดึงดูดนกนานาชนิด การปรากฏตัวของนกปากหางถือเป็นสัญญาณที่ดี
นาย ควา เผยว่า “ความงามของนกปากห่างช่วยสร้างความสงบสุขให้แก่บึง ถิหนาย แต่อย่างไรก็ตาม การที่นกสายพันธุ์หายากนี้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากก็ก่อให้เกิดความท้าทายต่างๆ เพื่อปกป้องนกสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์นี้ เราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเพิ่มการลาดตระเวนและการติดตามอย่างต่อเนื่อง”
นกปากห่างและนกชนิดอื่นๆ หากินบนผิวน้ำในตอนกลางวัน และกลับไปยังป่าชายเลนในเวลากลางคืนเพื่อพักผ่อน ชาวบ้านโก่นชิมอาศัยอยู่อย่างกลมกลืน ปกป้องและอนุรักษ์ป่าชายเลน และห้ามการล่านกป่า ส่งผลให้ในแต่ละปีมีนกป่าหลากหลายสายพันธุ์กลับมาผสมพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตในน้ำก็เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
บึง ถิหนาย มีพื้นที่ประมาณ 5,000 เฮกตาร์ รวมถึงเขตนิเวศวิทยาโก่นชิม ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 480 เฮกตาร์ และเป็นที่รู้จักในชื่อ “เกาะสีเขียว” ของจังหวัดยาลาย ในเขตนิเวศนี้ หมู่บ้านโก่นชิมถือเป็น “สมบัติ” ทางนิเวศวิทยา เป็นที่อยู่อาศัยของปลา กุ้ง และนกหลายร้อยชนิด.