พิพิธภัณฑ์กองทัพเรือตั้งอยู่ในเมืองไฮฟอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม ปี 1975 มีการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมที่คล้ายเรือขนาดใหญ่แล่นฝ่าคลื่นออกสู่ทะเล ถือเป็นแหล่งเก็บรักษาและจัดแสดงเอกสารและโบราณวัตถุมากกว่าหมื่นชิ้นที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งและการพัฒนาของกองทัพเรือเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์กองทัพเรือมีพื้นที่จัดแสดงภายในอาคารขนาด 1,800 ตารางเมตร และพื้นที่กลางแจ้งกว่า 3,000 ตารางเมตร โดยได้รับการจัดวางอย่างเป็นระบบ นำพาผู้เยี่ยมชมเข้าสู่ยุคแรกเริ่มของการก่อตั้งกองทัพเรือไปจนถึงการพัฒนาให้ทันสมัยและ​​จุดแรกของการค้นคว้าพิพิธภัณฑ์คือห้องพิธีการที่มีการตั้งรูปปั้นของประธานโฮจิมินห์ในชุดสีกากีเรียบง่ายสวมหมวกทหารเรือ ถัดจากนั้นคือพื้นที่จัดแสดงเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในการก่อตั้งและการสู้รบของกองทัพเรือประชาชนเวียดนามผ่านทั้งภาพถ่ายสารคดี แบบจำลองเรือรบ และโบราณวัตถุต่างๆ ซึ่งหนึ่งในจุดที่เป็นไฮไลท์คือส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับ "ชัยชนะครั้งแรก" ในเดือนสิงหาคม ปี 1964 ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับผลงานอันรุ่งโรจน์ของกองทัพเรือเวียดนามได้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจจิตวิญญาณการต่อสู้ของกองทัพเรือในยุคแรกเริ่มอย่างชัดเจนมากขึ้น พันโทหญิง หลายถิเหวะ เจ้าหน้าที่นำเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่า "ทุกครั้งที่นำทัวร์ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของกองทัพเรือประชาชนเวียดนาม ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งกับความเสียสละ ความกล้าหาญ และจิตใจที่ไม่ย่อท้อของเหล่าทหารหาญที่พร้อมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยอันศักดิ์สิทธิ์ทางทะเล เกาะ และไหล่ทวีปของประเทศชาติอย่างมั่นคง เลือดเนื้อของพวกเขาได้หลอมรวมกับทะเล นำมาซึ่งสันติสุขให้แก่เราในวันนี้"

เดินเข้าไปด้านในพื้นที่จัดแสดงผู้ชมก็จะได้รับฟังเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่โดดเด่นต่างๆ และหนึ่งในเรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุดคือโซนจัดแสดงพิเศษเกี่ยวกับตำนานเส้นทางโฮจิมินห์ทางทะเล ซึ่งเป็นตำนานด้านการทหารแห่งศตวรรษที่ 20 โดยสิ่งของวัตถุต่างๆ เช่น เข็มขัดของพลปืนใหญ่ ดั๋ง ดิ่งห์ ลอง ที่ใช้มัดร่างกายของตัวเองเข้ากับแท่นปืนก่อนพลีชีพ หรือถุงข้าวของวีรชน เหงวียน ดิ่งห์ ที เป็นต้น ที่จัดแสดงอยู่ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นของที่ระลึกเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ชมเห็นภาพรวมของสถานการณ์การต่อสู้ที่โหดร้ายและความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อของทหารเรือในอดีตอีกด้วย พันโท เล ห่ง เตี๊ยน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์กองทัพเรือ กล่าวว่า เพื่อที่จะเก็บรวบรวมภาพ เอกสาร และสิ่งของจัดแสดงแต่ละชิ้น เจ้าหน้าที่และพนักงานของพิพิธภัณฑ์ได้เดินทางไปยังท้องถิ่นต่างๆ เพื่อศึกษาข้อมูลและพบปะกับพยานบุคคล ทหารผ่านศึกและญาติของทหารที่เสียชีวิตเพื่อบันทึกเรื่องราวและรวบรวมสิ่งของแต่ละชิ้นซึ่งอาจเป็นเพียงชุดเครื่องมือประกอบการถอดทุ่นระเบิด กล้องส่องทางไกลที่ชำรุด หรือจดหมายจากลูกสาวถึงพ่อที่รับหน้าที่ประจำการที่หมู่เกาะเจื่องซา แม้จะเรียบง่ายแต่แฝงด้วยเรื่องราวอันยาวนานเกี่ยวกับจิตใจความกล้าหาญ ความเป็นเพื่อนร่วมรบ ความรักชาติรักทะเลและหมู่เกาะของปิตุภูมิ

นอกจากเป็นแหล่งจัดแสดงสิ่งของต่างๆแล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังสร้างความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างอดีตกับปัจจุบันเพราะสำหรับทหารผ่านศึกหลายคนเมื่อได้มาเยี่ยมชมก็เหมือนได้พบกับสิ่งของและความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับตนเองหรือเพื่อนร่วมรบในอดีต ร้อยโท เหงวียน ทู เฟือง เจ้าหน้าที่นำเที่ยวของพิพิธภัณฑ์ เล่าว่า"มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีคณะทหารผ่านศึกจากกองพลทหารเรือพิเศษ 126 ได้เยี่ยมชมโซนนิทรรศการเกี่ยวกับกองพล และได้เห็นชิ้นส่วนแขนเสื้อของสหายเหงวียน วัน ติ่งห์ ซึ่งใช้พันแผลให้สหายที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งจนน้ำตาคลอเบ้า แม้แต่ฉันเองก็ยังกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ วัตถุเหล่านี้ได้กลายเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดของความกล้าหาญและการเสียสละของทหารเรือในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล"

โซนจัดแสดงได้ขยายไปสู่ชั้นสองด้วยหัวข้อร่วมสมัยและภารกิจการปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติในสถานการณ์ใหม่ โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเขตพิเศษ หว่างซา-เจื่องซา และแท่นตรวจการ DK1 ผ่านเอกสารทางกฎหมายสำคัญเช่น "Đại Nam thực lục chính biên" หรือ "Hoàng Việt địa dư chí" นอกจากนี้ยังมีภาพของอุปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัย ​​เช่น เรือดำน้ำ Kilo ซึ่งยืนยันถึงความแข็งแกร่งของกองทัพเรือประชาชนเวียดนามในปัจจุบัน และทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์กองทัพเรือก็ได้กลายเป็นแหล่งทัศนะศึกษาเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจคุณค่าของสันติภาพและอธิปไตยแห่งดินแดนของชาติมากยิ่งขึ้น

"เราได้ศึกษาและมีความรู้มากขึ้นรวมทั้งได้รับแรงบันดาลใจในความรักชาติอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เราตระหนักดีว่าต้องพยายามจุดประกายความรักชาติรักทะเลและเกาะแก่งของชาติให้แก่นักเรียน"

"พวกหนูได้มีโอกาสศึกษาเพื่อเข้าใจประวัติศาสตร์การต่อสู้ปกป้องชาติบ้านเมืองของประชาชาติเวียดนามและยิ่งมีความรักทหารเรือมากขึ้น"

หลังจากได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพเรือแห่งนี้สิ่งที่ทำให้ผู้ชมประทับใจและจดจำคือจิตใจแห่งความกล้าหาญและความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะปกป้องอธิปไตยทางทะเลของชาติ ทำให้พิพิธภัณฑ์กองทัพเรือไม่เพียงแค่มีบทบาทเป็นสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่นำความรู้ความเข้าใจในหลายมุมมองเกี่ยวกับคุณค่าของสันติภาพและความรับผิดชอบในการปกป้องอธิปไตยทางทะเลอันศักดิ์สิทธิ์ของปิตุภูมิให้แก่ผู้เข้าชมอีกด้วย.