ในภาพรวมของความสัมพันธ์เวียดนาม–จีน ความร่วมมือระหว่างสภาแห่งชาติเวียดนามกับสภาประชาชนแห่งชาติจีนถือเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนระหว่างองค์กรนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านธรรมาภิบาลและสร้างกรอบทางนิตินัยที่เอื้อต่อความร่วมมือทวิภาคี

การเยือนครั้งนี้มีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างเวียดนามกับจีนให้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้นในยุคใหม่

ความร่วมมือระหว่างรัฐสภามีบทบาทเป็นแกนหลัก

ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจำกรุงปักกิ่ง ก่อนการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของประธานสภาแห่งชาติ เจิ่น แทง เหมิน ศาสตราจารย์ หมี่ เหลียง (Mi Liang) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่งได้กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสภาแห่งชาติเวียดนามกับสภาประชาชนแห่งชาติจีนนับวันมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมากขึ้น

“ความสัมพันธ์ระหว่างสภาแห่งชาติเวียดนามกับสภาประชาชนแห่งชาติจีนเป็นส่วนสำคัญในความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้านจีน-เวียดนาม และมีบทบาทเป็นแกนหลักในภาพรวมความสัมพันธ์ทวิภาคีผ่านการวางพื้นฐานทางนิตินัย เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนที่เป็นระบบและเป็นทางการ ทั้งสองฝ่ายได้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งในการสร้างสรรค์ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-เวียดนามที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์”

จากมุมมองดังกล่าว การเยือนจีนครั้งนี้ของประธานสภาแห่งชาติเจิ่น แทง เหมิน ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐสภาเท่านั้น หากยังช่วยส่งเสริมบทบาทของรัฐสภาในการแปรความเข้าใจร่วมกันของผู้นำระดับสูงให้เป็นรูปธรรมอีกด้วย เมื่อความร่วมมือเวียดนาม-จีนนับวันได้รับการขยายตัวครอบคลุมหลายด้านมากขึ้นก็จำเป็นต้องปรับปรุงกรอบนิตินัยให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผ่านการออกกฎหมาย การกำกับดูแลและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หน่วยงานนิติบัญญัติทั้งสองจะมีส่วนช่วยแก้ไขอุปสรรคในด้านกลไกเพื่อให้ข้อตกลงระดับสูงเข้าสู่ชีวิตอย่างจริงจัง ต่อจากการประชุมครั้งแรกในปี 2025 การประชุมครั้งที่2 ของคณะกรรมการร่วมมือระหว่างสภาแห่งชาติเวียดนามกับสภาประชาชนแห่งชาติจีน จะช่วยสร้างแรงผลักดันใหม่ให้ความร่วมมือระหว่างรัฐสภาเข้าสู่ส่วนลึกและจริงจังมากขึ้น นาย ฝ่าม แทง บิ่งห์ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศจีน ระบุว่า

“การประชุมครั้งที่ 2 จะช่วยให้กลไกนี้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนงาน เนื้อหาและประเด็นสำคัญที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะทบทวนผลการดำเนินงานตามประเด็นที่ได้ตกลงกันไว้และกำหนดประเด็นสำคัญสำหรับความร่วมมือในระยะต่อไป ขณะเดียวกันจะส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานนิติบัญญัติทั้งสองในการสร้างกรอบนิตินัยและกำกับดูแลการดำเนินข้อตกลงและโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ ตลอดจนระบุและสนับสนุนการแก้ไขอุปสรรคด้านนโยบายและกฎหมายอย่างทันท่วงที เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจและการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการฝึกอบรมบุคลากร”

มีส่วนช่วยให้ความสัมพันธ์เวียดนาม-จีนใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ในสภาวการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนเป็นอย่างมาก และประเทศต่าง ๆ มีความต้องการใหม่ ๆ ด้านการพัฒนา ความมั่นคงและความร่วมมือ การธำรงการเจรจา การเสริมสร้างความเข้าใจและการกระชับความไว้วางใจนับวันมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางการแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอระหว่างหน่วยงานนิติบัญญัติของเวียดนามและจีน ตั้งแต่การหารือเกี่ยวกับกฎหมาย นโยบายและประสบการณ์ด้านธรรมาภิบาล ไปจนถึงการประสานงานในเวทีรัฐสภาระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ตลอดจนกิจกรรมของคณะกรรมาธิการเฉพาะด้านและกลุ่ม สส.มิตรภาพเวียดนาม-จีน เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสองประเทศนับวันได้รับการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งมีส่วนร่วมเพิ่มพลังขับเคลื่อนให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคี ดังนั้น การเยือนจีนอย่างเป็นทางการและการร่วมเป็นประธานการประชุมครั้งนี้ของประธานสภาแห่งชาติ เจิ่น แทง เหมิน ถือเป็นโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายกระชับความไว้วางใจต่อไปและแปรความเข้าใจร่วมกันในระดับสูงให้เป็นแผนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือกรอบกฎหมายที่เหมาะสม ศาสตราจารย์หมี่ เหลียง แสดงความคิดเห็นว่า

“การเยือนครั้งนี้จะช่วยสืบสานประเพณีอันดีงามของการพบปะแลกเปลี่ยนอยู่เสมอระหว่างผู้นำของสองพรรคและสองประเทศ ผ่านการเจรจาโดยตรงในระดับสูงสุดระหว่างหน่วยงานนิติบัญญัติเพื่อเปลี่ยนความเข้าใจร่วมกันเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้นำระดับสูงของทั้งสองพรรคได้บรรลุไว้ให้กลายเป็นเจตจำนงร่วมกันในด้านนิติบัญญัติ พร้อมทั้งเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง โดยแต่ละฝ่ายต่างถือว่าอีกฝ่ายมีความสำคัญในนโยบายการต่างประเทศของตน”

สำหรับเวียดนาม การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของประธานสภาแห่งชาติเจิ่น แทง เหมิน เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า เวียดนามยืนหยัดถือความสัมพันธ์กับจีนเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์และลำดับความสำคัญสูงสุดในนโยบายการต่างประเทศ พร้อมทั้งมีความประสงค์ที่จะร่วมมือกับจีนยกระดับความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้าน และส่งเสริมการสร้างสรรค์ประชาคมเวียดนาม-จีนที่มีอนาคตร่วมกันที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ให้ขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ในยุคใหม่./.