ตามปฏิทินของชาวจาม เทศกาลกาเตจัดขึ้นในช่วงต้นเดือน 7 ซึ่งมักตรงกับช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมตามปฏิทินสากล ปีนี้ เทศกาลจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-12 ตุลาคม ซึ่งสะท้อนถึงความเคารพอย่างยิ่งของชาวจามที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแค้งหว่า เลิมด่ง อานยาง... ที่มีต่อเทพเจ้าและและพระมหากษัตริย์ เช่น Po Klong Garai, Po Rome และพระแม่แห่งแผ่นดิน โป อีนา การ์ (Po Ina Nagar)
จุดเด่นที่ทำให้เทศกาลกาเตในปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ คือ เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาชาวจามเบ่าจุ๊ก ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม ณ ตำบลนิงเฟื้อก จังหวัดแค้งหว่า โดยการขยายพื้นที่จัดงานทำให้บรรยากาศของเทศกาลเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนต่างขะมักเขม้นเตรียมงาน
ที่หมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผาเบ่าจุ๊ก นาง ด๋ง ถิ หมี เตียน กำลังเช็ดทำความสะอาดภาชนะดินเผาและเล่าถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครว่า เครื่องปั้นดินเผาเบ่าจุ๊กไม่มีการใช้แป้นหมุนหรือแม่พิมพ์ในการขึ้นรูป ทุกชิ้นล้วนปั้นด้วยมืออันชำนาญและการก้าวเท้าเดินวนไปรอบก้อนดินของช่างฝีมือ จนกลายเป็นแจกันและภาชนะรูปทรงต่าง ๆ ที่ประณีตงดงาม ซึ่งเกิดขึ้นจากความอดทนและความพิถีพิถันของช่างฝีมือ
“ปัจจุบันเครื่องปั้นดินเผาของชาวจามมีหลากหลายรูปแบบและส่วนใหญ่ผลิตขายส่ง ในช่วงเทศกาลกาเตจะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวและตอนนี้เราก็เร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่จัดแสดงเพื่อเตรียมต้อนรับลูกค้าและนักท่องเที่ยว”
ในช่วงเทศกาล ที่สหกรณ์เครื่องปั้นดินเผาชาวจามเบ่าจุ๊ก ช่างฝีมืออาวุโสและช่างรุ่นใหม่ต่างพยายามผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ นาย ฟู้ หิว มิง ถ่วน ผู้อำนวยการสหกรณ์เครื่องปั้นดินเผาชาวจามเบ่าจุ๊กกล่าวว่า นี่เป็นโอกาสที่ช่วยให้หมู่บ้านได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพหัตถกรรมของตนเองให้แก่นักท่องเที่ยว
“นี่เป็นโอกาสให้ชาวจามได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้และร่วมกันอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิม สหกรณ์ยังมีส่วนร่วมในการบรรยายและแนะนำการท่องเที่ยวเชิงชุมชน แนะนำเอกลักษณ์เฉพาะของวัฒนธรรมจาม ส่วนบรรดาช่างศิลป์จะสาธิตขั้นตอนการทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยตนเองเพื่อเผยแพร่ความหมายของการอนุรักษ์คุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้สหกรณ์พัฒนาการท่องเที่ยวอีกด้วย”
เทศกาลในปีนี้ได้จัดขึ้นอย่างครบถ้วนทั้งพิธีกรรมและกิจกรรมการละเล่น โดยพิธีกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีเปิดประตูศาลเจ้า Pô Klong Can ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งอาชีพที่ได้นำไฟและวิชาการปั้นดินเผามาถ่ายทอดให้แก่ชาวบ้านเบ่าจุ๊ก ชาวเบ่าจุ๊กยืนที่เบื้องหน้าศาลเจ้าเก่าแก่ อธิษฐานขอให้มีความสงบสุข การเกษตรอุดมสมบูรณ์และขอให้เปลวไฟแห่งอาชีพดั้งเดิมของหมู่บ้านไม่ดับลง ในส่วนกิจกรรมการละเล่น ก็มีความคึกคักด้วยพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรม ตลาดอาหาร บูธสินค้า OCOP และกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสและทดลองทำด้วยตนเอง นาง เจ๊ หว่าง ทู หาว รองประธานคณะกรรมการประชาชนตำบลนิงเฟื้อก กล่าวว่า
“เทศกาลกาเตไม่เพียงแต่เป็นโอกาสให้เราแนะนำผลิตภัณฑ์เท่านั้น หากยังช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่า เบื้องหลังเครื่องปั้นดินเผาแต่ละชิ้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรม ชุมชน และการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น หวังว่า เราจะนำเครื่องปั้นดินเผาของชาวจามมาอยู่ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวและตลาดมากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงวัฒนธรรมเข้ากับการท่องเที่ยว ขยายการจำหน่ายสินค้า สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบอาชีพนี้ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับความภาคภูมิใจและความรักอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่”
เมื่อ 4 ปีก่อน ในปี 2022 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนศิลปะการทำเครื่องปั้นดินเผาของชาวจามไว้ในบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วน ซึ่งการรับรองนั้นถือเป็นความภาคภูมิใจ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคำเตือนเกี่ยวกับการสูญเสียคุณค่าของมรดกดังกล่าวถ้าหากขาดพลังการสืบทอดจากคนรุ่นใหม่
จากการเป็นเครื่องใช้ที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวันของชาวจาม เครื่องปั้นดินเผาบ่าวจุ๊กได้กลายเป็นจิตใจแห่งการท่องเที่ยวของดินแดนแห่งนี้ ในช่วงเทศกาลกาเตปีนี้ เมื่อเสียงกลองบารานึงผสานเข้ากับจังหวะก้าวเท้าของช่างปั้นที่เดินวนขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผา ชาวบ้านเบ่าจุ๊กจึงเชื่อมั่นว่า เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาชาวจามเบ่าจุ๊กครั้งที่ 1 นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นเวทีช่วยให้มรดกทางวัฒนธรรมได้รับการอนุรักษ์และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย./.








