ในบทปราศรัยเปิดการประชุม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ย้ำถึงสารที่ว่า แนวทางที่ถูกต้องต้องควบคู่ไปกับการจัดทำและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแปรมติและนโยบายให้เป็นผลสำเร็จและเกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน
ยกระดับความสามารถในการดำเนินการ
ในการกล่าวเปิดการประชุม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำว่า การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 4 ไม่เพียงแต่มุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หากยังต้องเตรียมความพร้อมด้านทฤษฎี องค์กรและบุคลากรให้แก่เส้นทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว
“ภารกิจโดยรวมคือการยกระดับทักษะความสามารถในการนำของพรรค ระดมและส่งเสริมกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นด้านองค์กร การสร้างสรรค์พรรค รูปแบบการนำและการกุมอำนาจ บุคลากร แหล่งพลังการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด: พรรคกำหนดแนวทางได้อย่างถูกต้อง ระบบการเมืองและกลไกการบริหารราชการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ศักยภาพและพลังของประชาชนได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ประชาชนได้รับประโยชน์จากผลสำเร็จของการพัฒนา โดยเชื่อมโยงภารกิจเฉพาะหน้าเข้ากับเป้าหมายในปี 2030 ปี 2045 และวิสัยทัศน์การพัฒนาในระยะยาว”
บนเจตนารมณ์ดังกล่าว เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เสนอ4 ประเด็นสำคัญให้ที่ประชุมพิจารณา ได้แก่ การยกระดับขีดความสามารถของพรรคในการปรับปรุง แก้ไขตนเองและทักษะความสามารถในการกำหนดแนวทางการพัฒนาประเทศ เปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการบริหารและการกุมอำนาจเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินงานของระบบการเมือง เปลี่ยนแปลงใหม่งานด้านบุคลากรและส่งเสริมการทำงานของผู้มีความสามารถ กำหนดลำดับความสำคัญให้ถูกต้องและใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนของประเทศ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม กำชับให้สร้างสรรค์และปรับปรุงพรรคให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเชื่อมโยงกับความรับผิดชอบขององค์กรพรรค เจ้าหน้าที่พรรคและสมาชิกพรรค โดยเฉพาะต้องอาศัยประชาชนเป็นพื้นฐาน โดยถือความพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นเครื่องชี้วัด
เมื่อกลไกการทำงานมีการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการนำก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วย โดยต้องกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน ส่งเสริมความเป็นฝ่ายรุกในการปฏิบัติงานของแต่ละระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ย้ำว่า การประเมินบุคลากรต้องพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ยาก ขยายแหล่งบุคลากร ดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพสูงจากภาคเอกชน ชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ โดยเฉพาะในสาขาสำคัญๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
“โครงการ “ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการดึงดูด ใช้และพัฒนาผู้ที่มีความสามารถในสาขาและด้านสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วและยั่งยืน” ต้องเริ่มต้นจากภารกิจเชิงยุทธศาสตร์และขีดความสามารถที่ประเทศยังขาดอยู่ โดยจำเป็นต้องฝึกอบรม ดึงดูดและเชื่อมโยงผู้ที่มีความสามารถเพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการพึ่งตนเองได้ การใช้ผู้ที่มีความสามารถอย่างเหมาะสมถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ขณะที่การสร้างแหล่งบุคลากรเป็นภารกิจขั้นพื้นฐานและยาวนาน”
เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังย้ำว่า จำเป็นต้องกำหนดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและขจัดข้อจำกัดด้านกลไกนโยบายเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ร้อยละ 10 ขึ้นไป วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลต้องกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เชื่อมโยงกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
แนวทางที่ถูกต้อง ต้องแปรเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
บนพื้นฐานของสาระสำคัญที่ถูกกำหนดไว้ในการประชุมครั้งนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ย้ำถึงความต้องการในระยะนี้ว่า
“แนวทางสำคัญที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วต้องถูกแปรเป็นกลไกอย่างครบถ้วน พร้อมเพรียงและมีการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบต้องเชื่อมโยงกับคุณภาพ ความคืบหน้าในการบังคับใช้และผลการปฏิบัติ ต้องค้ำประกันความพร้อมด้านบุคลากร อำนาจหน้าที่และทรัพยากรที่จำเป็นตั้งแต่ที่มีการตัดสินใจ การปฏิบัติแต่ละนโยบายต้องมีวิธีตรวจสอบผลลัพธ์และปรับปรุงจากข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ ปัญหาใดได้รับการแก้ไข แหล่งพลังใดได้รับการปลดล็อก และประชาชนได้รับประโยชน์อะไร ทุกผลลัพธ์ต้องมีประสิทธิผล”
จากการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 4 สิ่งที่คาดหวังไม่ใช่เพียงแต่เป็นนโยบายและมติใหม่เท่านั้น หากสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ รูปแบบการดำเนินงานใหม่ที่มีความเด็ดขาดมากขึ้น มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้ที่ต้องปฏิบัติและผู้ที่รับผิดชอบ มีแหล่งพลังและได้รับการตรวจสอบด้วยผลสำเร็จจริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทักษะความสามารถในการนำและการบริหารประเทศต้องสะท้อนผ่านผลการพัฒนาประเทศ ผ่านพลังที่เข็มแข็งของทั้งสังคมที่ได้รับการปลดล็อกและผ่านประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมซึ่งประชาชนแต่ละคนได้รับ./.








